กาลก่อนยามหลินเหยาคบหากับนักปราชญ์ไป๋ นางเคยทำถุงหอมให้เขา ด้วยฝีมืออันไม่ชำนาญ จึงทำกลับไปกลับมาหลายชิ้น กว่าจะพอคัดชิ้นที่ดูเข้าทีออกมาได้
ครานั้น เซียยิ้นเฉินเข้าเฝ้าถวายพระพรที่เฟิงหลวนกงแล้วจึงมาห้องของหลินเหยา เมื่อก้าวเข้าห้องก็พลันเหยียบโดนบางสิ่ง ครั้นเห็นชัดแล้วจึงก้มลงเก็บขึ้นมา
【ถุงหอมมาตกอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร】
【ชิ้นนั้นทำได้ไม่ดี ไม่เอาแล้ว】
【ทำให้เสี่ยวไป๋ของเจ้าอีกแล้ว ฝีมือปักนี่ช่างไม่น่าชื่นชมเสียจริง】
【แม้ฝีมือปักของข้าจะไม่เอาไหน แต่บุรุษอื่นมีสิ่งใด เสี่ยวไป๋ก็ต้องมีสิ่งนั้นด้วย】
เมื่อได้ฟังคำของเซียยิ้นเฉิน หลินเหยาก็นึกถึงเรื่องเก่าขึ้นมาแล้วพยักหน้าอย่างตื่นเต้น “ใช่ ๆ! มีเรื่องนี้จริงด้วย”
เมื่อได้เห็นของเก่าเมื่อยี่สิบปีก่อน หลินเหยาก็ทั้งประหลาดใจและตื่นเต้น
“ถ้าเช่นนั้น นี่ก็คือชิ้นที่ข้าโยนทิ้งไปตอนนั้นหรือ แล้วพี่ฮ่องเต้ก็เก็บของชิ้นนี้ไว้ข้างกายหรือ ยังเก็บไว้นานหลายปีถึงเพียงนี้ด้วย”
สีหน้าเซียยิ้นเฉินดูไม่เป็นธรรมชาติ
บุตรแห่งสวรรค์เก็บของที่ผู้อื่นไม่เอาแล้วไว้ข้างกาย ประคบประหงมดุจของล้ำค่านานกว่ายี่สิบปี หากแพร่งพรายออกไปคงเสียหน้าไม่น้อย
เกรงว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คงไม่มีบุตรแห่งสวรรค์คนใดน่าอับอายไปกว่าเขาแล้ว
เมื่อเห็นแววหยอกเย้าในสายตาของภรรยา เซียยิ้นเฉินก็ทำหน้าขรึม “ยังมีหน้ามาหัวเราะเยาะข้าอีก ข้ามีใจให้เจ้าถึงเพียงนี้ ดูเจ้าพูดจาเหลวไหลต่อหน้าเด็ก ๆ เมื่อครู่สิ ไม่นึกละอายบ้างหรือ”
แม้เซียยิ้นเฉินจะพูดเช่นนั้น แต่ในใจกลับรู้สึกขบขัน
เมื่อเผชิญเรื่องฮ่องเต้รับสนม หากเป็นสตรีอื่น อย่างมากก็คงคิดเตรียมพร้อมรับมือการแย่งชิงความโปรดปรานระหว่างภรรยาเอกกับอนุภรรยา แต่นางกลับดีนัก ตัดไฟเสียแต่ต้นลม กำจัดเขาเสียตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม
