เมื่อทั้งสองฝ่ายพบหน้ากัน หลินเหยาก็คำนับพระชายาองค์รัชทายาท
เมิ่งยวนยกมือบอกให้นางไม่ต้องมากพิธี ครั้นเห็นว่านางเดินมาจากทางห้องหนังสือ จึงเอ่ยว่า “น้องสาวซ่งมาแล้วหรือ มาเข้าเฝ้าองค์รัชทายาทหรือ”
“เพคะ หม่อมฉันรับพระบัญชาจากฮองเฮาให้นำขนมมาถวายพี่ชายรัชทายาท”
“กำลังจะกลับแล้วหรือ ไม่นั่งต่ออีกสักครู่เล่า”
“ขอบพระทัยพระชายาองค์รัชทายาท หม่อมฉันเพียงนำของมาส่งให้ถึงมือ ก็ไม่รบกวนแล้วเพคะ”
พระชายาองค์รัชทายาทพยักหน้า กำลังจะเดินจากไป ทว่าในเวลานั้นองค์รัชทายาทกับองค์ชายเจ็ดก็เสด็จออกมาจากห้องหนังสือเช่นกัน
“จะรีบไปไหนกัน พี่ชายเตรียมมื้อกลางวันไว้ให้พวกเราแล้ว”
ได้ยินเช่นนั้น พระชายาองค์รัชทายาทก็แย้มยิ้มกล่าวว่า “ใช่แล้ว น้องสาวนานทีจะมาเยือน จะไม่ให้อยู่ต่ออีกสักหน่อยได้อย่างไร กินมื้อกลางวันเสร็จแล้วค่อยกลับเถิด”
หลินเหยายังลังเลอยู่ องค์รัชทายาทก็เสด็จเข้ามาหา “ไปเถิด ไปด้วยกัน”
ยังไม่ทันที่นางจะตอบ พระชายาองค์รัชทายาทก็ยิ้มพลางจูงมือนางเดินไปยังโถงใหญ่
เมื่อมีองค์ชายเจ็ดกับหลินเหยาสองคนที่มีนิสัยร่าเริงร่วมโต๊ะอาหาร โต๊ะอาหารอันเงียบสงบตามธรรมเนียมที่ไม่พูดคุยระหว่างกิน ก็พลันเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและถ้อยสนทนา
“พอแล้ว พอแล้ว อย่าคีบให้ข้าอีกเลย”
“เพิ่งกินไปเท่าไรเอง” องค์รัชทายาทรับสั่งให้คนคอยตักอาหารให้นางต่อ
หลินเหยายิ้มเจื่อน สมกับเป็นมารดาบุตรกับฮองเฮาเสียจริง ช่างเหมือนกันไม่มีผิด ยังจำได้ด้วยว่าสมัยนางยังเด็กกินเก่งเพียงใด
“เจ้ายังเด็ก ต้องกินให้มากหน่อย”
หลินเหยามองอาหารที่ถูกคีบมาให้ไม่ขาดสาย แล้วทำปากยื่น “อย่าคิดหลอกให้ข้ากินจนกลายเป็นคนอ้วนอีกนะ”
แม้เสียงจะเบา แต่อองค์รัชทายาทก็ยังได้ยิน ไม่รู้ว่าทรงนึกถึงเรื่องใด เซียยิ้นเฉินจึงหัวเราะเสียงต่ำ
เห็นองค์รัชทายาทผู้ปกติเย็นชาและสง่างาม วันนี้ทรงยิ้มแล้วก็ยิ้มอีก พระชายาองค์รัชทายาทจึงกล่าวอย่างยินดีว่า “วันนี้ท่านองค์ชายทรงสำราญพระทัยยิ่งนัก ดูท่าจะรักใคร่ผูกพันกับน้องสาวซ่งดังพี่น้องจริง ๆ”
