“นี่มิใช่คุณหนูตระกูลเวิ่นหรอกหรือ”
ในฝูงชนมีคนตาไวจำได้
“คนที่แอบลอบคบชู้ในงานเลี้ยงขององค์หญิง แล้วถูกจับได้คาหนังคาเขาต่อหน้าผู้คนผู้นั้นหรือ”
“ก็เป็นนางนั่นแหละ”
ชาวบ้านยิ่งมายิ่งมากหันมามองทางนี้ สาวใช้กับบ่าวรับใช้ต่างตื่นตระหนก รีบฉุดนางออกไป ทว่าเวินฉีเยว่ราวกับคนบ้า ไม่ยอมฟังคำใคร
“ท่านอ๋องตรัสเองว่าจะไม่แต่งกับผู้ใดนอกจากข้า ท่านอ๋องจะผิดคำพูดมิได้!”
ผู้คนรอบด้านพากันชี้ไม้ชี้มือไปที่หญิงสาว
“ตัวเองประพฤติตนไม่เหมาะสม ยังจะโทษอีกฝ่ายว่าผิดคำพูดอีก”
“นั่นสิ ทำเรื่องน่าอับอายถึงเพียงนั้น ยังคิดเพ้อฝันถึงอ๋องเชื้อพระวงศ์อีก ฝันไปเถอะ”
“พวกเจ้าต่างหากที่ฝัน!” เวินฉีเยว่ยิ่งคลุ้มคลั่ง ตะโกนใส่คนรอบข้างเสียงกร้าว “ข้าคือฮูหยินของท่านอ๋อง ข้าคือ...อื้อ!”
สาวใช้รีบใช้มือปิดปากนางแน่น “คุณหนู อย่าพูดเหลวไหล!”
“ปล่อยข้า!” เวินฉีเยว่ดิ้นรนสุดกำลัง ดวงตาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด “ข้าคือพระชายาองค์รัชทายาท พวกเจ้ากล้าปฏิบัติต่อข้าเช่นนี้ ข้าจะสังหารพวกเจ้า!”
“หญิงผู้นี้เสียสติไปแล้วกระมัง” ชาวบ้านต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์
“คุณหนูสติฟั่นเฟือนไปแล้ว เร็วเข้า รีบพาคุณหนูกลับบ้าน!” บ่าวรับใช้มือไม้พันกัน รีบฉุดกระชากนางออกไป
“ข้าคือฮองเฮา ห้ามล่วงเกินข้า!”
เมื่อเห็นหญิงสาวยังคงก่นด่าอย่างไร้สติ ผู้คนต่างทำหน้าเอือมระอา ส่ายหน้าพลางกล่าวว่านางเสียสติจริงๆ
//
นับแต่งานเลี้ยงขององค์หญิง เวินฉีเยว่ก็มีอารมณ์แปรปรวนมาโดยตลอด เมื่อถูกงานอภิเษกขององค์เซียนอ๋องกระทบกระเทือน ผู้ที่จิตใจใกล้พังทลายอยู่แล้วก็เสียสติไปโดยสิ้นเชิง
เมิ่งตี๋มองบุตรสาวที่สติฟั่นเฟือน ปวดร้าวใจเหลือคณา
ระหว่างที่กำลังร้องไห้ ก็ได้ยินเสียงอึกทึกจากในเรือน คล้ายมีคนจำนวนมากมุ่งหน้ามาทางนี้ ปะปนกับเสียงตื่นตระหนกของบ่าวรับใช้
