เซียยิ้นเฉินพยักหน้า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ หากเราพระราชทานทองคำเงินทองก็ดูสามัญเกินไป เอาเถิด เจ้าจงกล่าวมา หากสมควร เราจะพระราชทานให้”
เด็กสาวยิ้มตาหยี เสียงใสแจ๋วไร้เดียงสาเอ่ยอย่างร่าเริง “จักรพรรดิไม่มีถ้อยคำล้อเล่น ฝ่าบาทอย่าทรงหยอกกระหม่อมหญิงนะเพคะ”
ผู้คนได้ยินแล้วต่างชะงักงัน
เด็กสาวผู้นี้ใจกล้าเกินไปแล้ว! นางรู้หรือไม่ว่ากำลังพูดกับผู้ใด?
ทว่าเด็กสาวราวกับไม่เห็นว่าตนทำสิ่งใดผิด ยังคงงามสง่าเฉลียวฉลาด เงยหน้ามองฮ่องเต้ผู้ประทับอยู่เบื้องบน
ผู้คนด้านล่างแอบสังเกตสีพระพักตร์ของฮ่องเต้ เห็นเพียงบุตรแห่งสวรรค์มีสีพระพักตร์ผ่อนคลาย มิได้ทรงถือสาที่หญิงสาวทำกิริยาผิดธรรมเนียม
เซียยิ้นเฉินทรงพระสรวลสองครั้ง “เจ้าจงกล่าวมาเถิดว่าอยากได้สิ่งใด”
เด็กสาวยิ้มแย้มเอ่ยขึ้น เสียงหวานไพเราะ “กระหม่อมหญิงเกิดในตระกูลขุนนางสายอาวุธ พอมีฝีมือการต่อสู้ติดตัวอยู่บ้าง หากฝ่าบาททรงเมตตา โปรดอนุญาตให้กระหม่อมหญิงเป็นทหารองครักษ์เฝ้าพระองค์ กระหม่อมหญิงจะทุ่มเทกำลังทั้งหมดถวายความจงรักภักดีเพคะ”
หวนเหรียนยกมือแตะหู แล้วเบือนหน้าหนีคล้ายทนฟังต่อไม่ไหว
“ราชวงศ์เรายังไม่เคยมีธรรมเนียมเช่นนี้ คุณหนูสกุลซุนเปลี่ยนเป็นขอรางวัลอย่างอื่นเถิด” องค์เซียนอ๋องตรัส
“เรื่องธรรมเนียม ข้ากลับไม่คิดว่าไม่เคยมี”
เจียยี่ตรัสอย่างอ่อนโยน “ฮองเฮาเคยสวมเกราะออกรบมาก่อน พระนางคือแบบอย่างของสตรีทั่วหล้า ข้าเห็นว่าคำขอของคุณหนูสกุลซุนก็ไม่ได้เกินเลย”
“บังเอิญนัก นิสัยและความมุ่งมั่นของคุณหนูสกุลซุนคล้ายพระเชษฐภคินียิ่งนัก พระเชษฐภคินีประทับอยู่ในวังหลังมานาน คงทรงเบื่อหน่าย หากเด็กสาวผู้นี้เข้าวังมาเป็นทหารองครักษ์ ก็จะได้อยู่เป็นเพื่อนคลายเหงาให้พระเชษฐภคินี”
“คำกล่าวของเสด็จป้าผิดแล้ว” องค์เซียนอ๋องตรัสแย้ง
