ครานี้หวั่นรูและคนอื่น ๆ ก็เข้าใจแล้วว่า ที่แท้พี่สาวคนที่สองแอบไปแดนเหนือจริง ๆ
นอกจากจะทอดถอนใจแล้ว พวกนางยังอดรู้สึกซาบซึ้งในความใจกว้างของเลี่ยงเสี่ยงไม่ได้ เขาไม่เพียงไม่โกรธ ทั้งยังคอยดูแลครอบครัวของพวกนางมาโดยตลอด
“เจ้าลูกคนนี้นี่นะ” มารดาแซ่มซ่งบ่น “พวกเรารู้ว่าเจ้ากตัญญู แต่ปิดบังสามีแล้วทำเช่นนี้ อย่างไรก็ไม่ดีนัก”
“รีบไปขอโทษลูกเขยเสีย”
เหยียนฮวนมีท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ “นี่...นี่ต้องขอโทษด้วยหรือเจ้าคะ”
เมื่อสบเข้ากับสายตาหนักแน่นของบิดามารดา เหยียนฮวนก็ยื่นปากน้อย ๆ “ขอโทษก็ขอโทษสิ”
ขอโทษแล้วเนื้อหนังคงไม่ร่วงไปสักชิ้น
นางยอบกายคำนับเลี่ยงเสี่ยงอย่างเป็นพิธีเป็นการ “สามี ข้าขอโทษ ทุกอย่างเป็นความผิดของข้าเอง ไม่ควรปิดบังท่านทำเรื่องนี้ โปรดอย่าถือโทษข้าเลย”
มองท่าทีแสร้งทำตัวว่าง่ายของสตรีตรงหน้า มุมปากของบุรุษผู้นั้นกดกลั้นรอยยิ้มไว้ “เจ้าเพียงทำไปเพราะความกตัญญู แล้วข้าจะโกรธเจ้าได้อย่างไร”
แสดงเก่งเสียจริง เหยียนฮวนแอบหัวเราะในใจ พวกนางสองคนเข้าขากันเรื่องเล่นละครได้อย่างรู้ใจโดยไม่ต้องเอ่ยปากเลยทีเดียว
“ขอบคุณสามีที่ใจกว้าง”
เห็นสามีภรรยาคู่ใหม่ไม่มีรอยร้าว มารดาแซ่มซ่งกับบิดาแซ่มซ่งก็โล่งใจขึ้น
“ลูกคนนี้ทั้งซื่อทั้งไม่ค่อยรู้ความ ไม่คิดเลยว่าจะได้พบคู่ครองที่ดีเช่นนี้ ลูกเขยเป็นมังกรในหมู่มนุษย์ ข้าพูดมาตั้งนานแล้วว่าเด็กคนนี้มีวาสนาดี”
“ท่านแม่พูดเช่นนี้ได้อย่างไร” เหยียนฮวนเชิดคอ บ่นพึมพำ “ข้าก็ไม่ได้แย่นักเสียหน่อย เหตุใดพูดราวกับข้าได้เปรียบเขามากมายอย่างนั้น”
