สตรีนางนั้นมีท่าทีเคารพนอบน้อม ไม่ตื่นตระหนกไม่ลนลาน “ชีวิตบ่าวต่ำต้อยนัก หากตายไปก็มีเพียงเสื่อฟางม้วนหนึ่งคลุมร่าง แต่หากนายท่านกับฮูหยินเมตตา บ่าวจะพิสูจน์ให้เห็นว่าตนสามารถรับหน้าที่ภรรยาเอกได้ บ่าวจะทุ่มเททุกสิ่งดูแลและช่วยเหลือคุณชายไปตลอดชีวิต”
“ได้ยินว่าเจ้าอ่านตำราได้ดี”
“หลานจืออ่านตำราได้ดียิ่ง!” หลิงอวิ๋นรีบแย่งตอบ “นางเริ่มเรียนช้า แต่ก้าวหน้าเร็ว ข้า...”
เขากระแอมเบา ๆ แล้วก้มหน้าลงอย่างละอาย “ที่จริงการบ้านหลายชิ้นนางช่วยข้าทำ ท่านอาจารย์ยังชมว่าทำได้ดีด้วย”
เหยียนฮวนถลึงตาใส่บุตรชายอย่างแรง
เลี่ยงเสี่ยงจ้องคนที่คุกเข่าอยู่บนพื้นเป็นเวลานาน แววตาเย็นชาค่อย ๆ คลายลง
“เจ้าบอกว่ารับหน้าที่ภรรยาเอกได้ หากทำได้ไม่ดีเล่า”
หลานจือครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนตอบว่า “นายท่านกับฮูหยินเขียนหนังสือหย่าไว้ก่อนแต่งงานได้ บ่าวจะลงนาม แล้วให้นายท่านกับฮูหยินเก็บรักษาไว้ หากบ่าวทำหน้าที่ภรรยาเอกได้ดี หนังสือหย่าก็จะไม่มีวันได้เห็นเดือนเห็นตะวัน แต่หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้น นายท่านกับฮูหยินจะนำออกมาเมื่อใดก็ได้ บ่าวไม่มีข้อโต้แย้งแม้แต่น้อย”
“ดี”
เลี่ยงเสี่ยงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อย ทว่าเหยียนฮวนกลับตกตะลึงจนเบิกตากว้าง
หลิงอวิ๋นกลับดีใจ รีบคุกเข่าลงขอบคุณบิดา ส่วนหลานจือก็คำนับท่านผู้เป็นใหญ่ด้วยความเคารพจริงจัง
แม้เหยียนฮวนจะเดือดดาลเพียงใด แต่ต่อหน้าผู้อื่นนางไม่เคยทำให้สามีเสียหน้า รอจนบุตรชายกับหลานจือออกไปแล้วจึงค่อยระเบิดอารมณ์
“นี่เจ้าทำอะไรอยู่กันแน่ เหตุใดจึงเห็นด้วยง่าย ๆ เช่นนี้!”
เลี่ยงเสี่ยงมองตำแหน่งที่หลานจือเคยคุกเข่า “เด็กคนนี้มีความกล้า รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา หากเป็นสาวใช้ปีนเตียงธรรมดา เมื่อครู่นางก็ไม่ควรเสนอตัวออกมาก่อน เผยความในใจของตนเอง เพียงหลบอยู่หลังหยุนเกอให้เขาคอยปกป้องก็พอแล้ว”
“เจ้าเองก็พูดว่าหยุนเกอมีนิสัยบริสุทธิ์ใจ สมควรมีภรรยาผู้มีความสามารถและเฉลียวฉลาดคอยช่วยเหลือ”
