“เขาเรียนหนังสือได้ดีมาก” หลินเหยากล่าว “ตอนนี้ก็เป็นซิ่วไฉแล้ว ไม่แน่ว่าวันหน้าอาจได้ติดอันดับสอบจอหงวนก็ได้”
จื่อเยียนได้ยินแล้วก็อดกังวลไม่ได้ “นั่นมันเรื่องอีกนานแสนนาน หากสอบไม่ติดจะทำอย่างไรเล่า”
“ข้าไม่ได้คิดไปไกลขนาดนั้น”
“ฟังดูแล้ว เจ้าวางแผนจะคบหากับเขาสินะ”
“ภารกิจสำคัญของเสี่ยวไป๋ตอนนี้คืออ่านหนังสือเตรียมสอบ ส่วนข้าก็ยังไม่รีบร้อนออกเรือน พวกเราค่อย ๆ คบหากันไปก่อน”
“นั่นก็จริง เจ้ายังเด็ก อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจ ค่อย ๆ ดูกันไปเถิด”
แม้จื่อเยียนจะอิจฉาพี่น้องที่ได้แต่งงานเข้าตระกูลสูงศักดิ์ และในใจก็คิดอยู่เงียบ ๆ ว่าสามีในอนาคตของน้องสาวที่ยังไม่ออกเรือนอีกหลายคนควรมีฐานะทัดเทียมกับเฉินอู่ อย่างน้อยตนจะได้ไม่ด้อยกว่าพี่น้อง แต่เมื่อคำพูดมาถึงริมฝีปาก นางก็ยังอดเตือนไม่ได้ว่า
“น้องสาวข้า เจ้ามีสายสัมพันธ์กับฮองเฮา ทั้งยังมีตาที่เยี่ยนหยุน หากอยากหาคู่ครองที่ดีกว่านี้ โอกาสย่อมมีถมไป ไยต้องเลือกบัณฑิตยากจนผู้นี้ด้วยเล่า”
เมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ จื่อเยียนก็ถอนใจจากใจจริง “ฟังพี่สาวสักคำเถิด เรียนรู้จากพี่สาวคนที่สองเถิด หาสามีจากตระกูลสูงศักดิ์ดีกว่า คู่รักยากจนทุกข์ร้อนกันนับสิบแปด เจ้ายังไม่เคยประสบด้วยตนเองจึงไม่เข้าใจ สตรีออกเรือนก็เหมือนเกิดใหม่เป็นครั้งที่สอง ต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ อย่าเป็นอย่างพี่เลย...”
“พูดเช่นนี้ได้อย่างไร ตอนนี้พี่อยู่ไม่ดีหรือ” หลินเหยาไม่เห็นด้วยกับคำพูดของพี่สาวคนที่สาม “ที่ข้าตัดสินใจคบหากับเสี่ยวไป๋ ก็เพราะอิจฉาชีวิตของพี่นั่นแหละ”
“อิจฉาข้าหรือ” จื่อเยียนได้ยินแล้วทั้งประหลาดใจและไม่เข้าใจ “ข้ามีอะไรให้น่าอิจฉากัน”
