“ว่าแต่ พี่สาวคนโตมีครรภ์อยู่ด้วย ข้าออกจากวังไม่ได้ จึงเตรียมของไว้ให้บ้าง ไว้คราวหน้า พี่สาวคนที่สามช่วยนำไปให้ที”
แม่นมนำของขึ้นถวาย จื่อเยียนรับมา ภายในมีทั้งเครื่องบำรุง ขนสัตว์ล้ำค่า และผ้าเนื้อดีชั้นเลิศ
นี่นับเป็นของพระราชทานหรือ?
ของกำนัลจากบุตรีโดยชอบแก่บุตรีผู้เกิดจากมารดารอง? หรือเป็นน้ำใจจากฮองเฮาที่ประทานให้สามัญชน?
//
หลังจื่อเยียนจากไป แม่นมตานยกหมอนนุ่มมาวางไว้ด้านหลังหลินเหยาให้นางเอนพิง แล้วนำผ้าห่มบางคลุมขาให้นาง
“คุณหนูจื่อเยียนอายุก็ไม่น้อยแล้ว ถึงเวลาหาคนดี ๆ ให้หมั้นหมายเสียแต่เนิ่น ๆ”
“เรื่องนี้ข้าคิดอยู่” หลินเหยาขยับกายหาท่านั่งสบาย “ในบ้านเหลือพี่สาวคนนี้ที่ยังไม่ได้ออกเรือน ข้าย่อมเป็นห่วงนางอยู่แล้ว”
หลินเหยามองออกไปข้างนอก เมื่อเห็นว่าไม่มีใคร จึงกระซิบกับแม่นมว่า “ฮูหยินแห่งอ๋องสวี่สิ้นชีพด้วยโรคภัยเมื่อปีก่อน อ๋องแห่งสวี่ทรงเที่ยงธรรมและมีเมตตา พระอุปนิสัยอ่อนโยนใจกว้าง ทั้งยังทรงอารมณ์ดี”
“พระนางเจ้าทรงคิดจะจับคู่คุณหนูจื่อเยียนกับอ๋องแห่งสวี่หรือเพคะ”
“อืม”
แม่นมตานครุ่นคิดครู่หนึ่ง “อ๋องแห่งสวี่ทรงซื่อสัตย์และซื่อตรง นับเป็นคู่ครองที่ดีทีเดียวเพคะ”
หลินเหยายิ้ม “เพียงแต่จักรพรรดิผู้สละราชบัลลังก์เพิ่งสวรรคต อ๋องแห่งสวี่ต้องไว้ทุกข์สามปี เวลานี้จึงไม่เหมาะจะพูดคุยเรื่องการหมั้นหมาย รอไปก่อนเถิด พ้นระยะไว้ทุกข์แล้วข้าค่อยจัดการ”
“อาจบอกใบ้คุณหนูจื่อเยียนไว้ก่อน ให้นางเตรียมใจเสียหน่อยก็ได้เพคะ บ่าวเห็นว่านางดูเป็นกังวลเรื่องการออกเรือนอยู่ไม่น้อย”
หลินเหยาลูบท้อง “พ้นระยะไว้ทุกข์แล้ว ข้าจะลองหยั่งเชิงอ๋องแห่งสวี่ก่อน หากเรื่องมีความคืบหน้า ค่อยบอกพี่สาวคนที่สาม มิฉะนั้นหากไม่สำเร็จขึ้นมา ก็เท่ากับทำให้นางดีใจเก้อ”
