ถูกบังคับให้ปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน เวินฉีเยว่ทั้งอับอายทั้งโกรธจนแทบอยากมุดดินหนี นางเบือนหน้าหลบสายตาที่จับจ้องมาหลายคู่ “เขาไม่ระวังทำน้ำหกใส่ข้า เสื้อผ้าของข้าเปียกหมดแล้ว ไม่มีทางเลือกจึงต้องถอดออกมาตากให้แห้ง”
เวินฉีเยว่ถลึงตาใส่ชายคนนั้นแล้วตะโกนว่า “เจ้ารีบพูดอะไรสักคำสิ!”
ชายผู้นั้นหดคอหลบอยู่ตรงมุมกำแพง มองภรรยาของตนอย่างหวาดกลัว อยากจะพูดอะไรสักคำแต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
“เจ้าเป็นใบ้ไปแล้วหรือ รีบพูดสิ ช่วยข้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์เร็วเข้า!”
เวินฉีเยว่ตะโกนด้วยความโกรธจนเสียงแหบ ครั้นนางตะโกนออกไป ชายผู้นั้นกลับยิ่งดูหวาดกลัวกว่าเดิม ไม่อาจเอ่ยออกมาได้แม้แต่คำเดียว ท่าทางราวกับคนทำผิดแล้วร้อนตัวไม่มีผิด
ดูเหมือนหญิงผู้นั้นจะเข้าใจแล้ว จึงแค่นหัวเราะเยาะ “คราวนี้พูดไม่ออกแล้วสินะ”
หญิงผู้นั้นยิ่งได้ใจ เสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับกลัวคนอื่นไม่ได้ยิน
“อายุยังน้อยแท้ ๆ กลับไม่รู้จักประพฤติตนให้ดี ไม่เพียงล่อลวงบุรุษ ยังมานัดพบกันลับ ๆ ถึงหน้าประตูบ้านผู้อื่น ที่นี่เป็นเรือนพระราชทาน กล้าทำให้เกียรติแห่งราชวงศ์มัวหมอง ใครให้ความกล้าเจ้ากัน!”
“ข้าไม่ได้ทำ เจ้าอย่าปรักปรำข้า”
เวินฉีเยว่เหลือบมองชายที่หดหัวราวเต่าหดกระดอง จากนั้นมองหญิงที่ยืนขมวดคิ้วถลึงตาอยู่ตรงหน้า รวมถึงบ่าวไพร่ที่มามุงดูอยู่นอกเรือน ยามนี้นางเหลือเพียงความหวาดกลัว
หญิงผู้นั้นถกแขนเสื้อขึ้น เท้าเอวด้วยสองมือ “กล้าล่อลวงสามีของตังฉุนหัวอย่างข้า ไม่คิดถามดูบ้างหรือว่าข้าเป็นใคร วันนี้ข้าจะจัดการเจ้าให้สาสม!”
“เจ้าบังอาจนัก!” เวินฉีเยว่ฝืนตั้งสติ “ข้าเป็นแขกขององค์รัชทายาท เจ้าไม่มีสิทธิ์ทำกับข้าเช่นนี้”
