เมื่อเห็นคนที่อยู่หน้าประตู ไป๋หรันก็ราวกับเห็นผี เลือดในกายแทบแข็งตัว “เจ้า... เจ้ามาได้อย่างไร...”
“สารเลว!”
หลินเหยาตวาดเสียงดัง “เจ้ากล้าหลอกข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ!”
ไป๋หรันตกใจจนหน้าซีดเผือด ขาทั้งสองสั่นเทา ครั้นมองเห็นซ่งชิงอินที่ยืนอยู่ด้านหลังนาง... ที่แท้วันนี้สองพี่น้องก็มาด้วยกัน!
มิน่าเล่าซ่งชิงอินถึงไม่ยอมให้เขาออกไปส่ง ที่แท้พวกนางอยู่หน้าประตูกันมาตลอด!
หลินเหยาโกรธจนตัวสั่น “เจ้าหลอกข้ามาตลอด หลอกข้ามานานถึงเพียงนี้!”
เมื่อเห็นใบหน้างามที่เปี่ยมโทสะ ไป๋หรันก็สั่นไปทั้งตัว แทบเสียขวัญ พอนึกถึงการตายของบุตรชายแท้ของไท่ซือ เวลานี้เขาก็ไม่สนใจสิ่งใดแล้ว รีบกุมศีรษะวิ่งหนีอย่างลนลาน
หลินเหยาคว้าไม้กวาดข้างประตูใหญ่ขึ้นมา โบกไล่ฟาดใส่คนผู้นั้นทันที มารดาตระกูลไป๋ตกใจยิ่ง รีบปกป้องบุตรชายวิ่งหลบไปทั่วลานบ้าน
ถ้วยชาตกแตก ตะกร้าถูกชนจนคว่ำ ลานบ้านเล็ก ๆ วุ่นวายไปหมด ทั้งเสียงด่าทอ เสียงตะโกนว่าจะตี และเสียงร้องขอชีวิตดังระงมสลับกันไป
ไป๋หรันพุ่งออกจากบ้าน วิ่งหลบไปมาตามถนนอย่างทุลักทุเล
“เจ้าคนหน้าไหว้หลังหลอก! คนถ่อย! หยุดเดี๋ยวนี้!” หลินเหยาด่าไปพลาง ไล่ตีเขาไปพลาง
เพื่อนบ้านได้ยินเสียงเอะอะก็พากันออกมามอง เห็นเพียงชายคนหนึ่งถูกเด็กสาวไล่ตีไปทั่วถนน
ไป๋หรันร้องขอชีวิตไปพลาง หลบซ้ายหลบขวาราวกับแมลงวันไร้หัว จนถูกหลินเหยาไล่ต้อนถึงริมแม่น้ำ
ไป๋หรันเหลือบมองแม่น้ำด้านหลัง ริมฝีปากสั่นระริก “หลิน... หลินเหยา เจ้าอย่าทำอะไรบุ่มบ่ามนะ อย่าทำอะไรบุ่มบ่ามเชียว”
“เจ้าคนสารเลว!” หลินเหยาโกรธจนหอบหายใจแรง “หลอกข้ามานานถึงเพียงนี้ แสดงละครได้แนบเนียนนัก เก่งถึงเพียงนี้ยังจะอ่านหนังสือไปทำไม เหตุใดไม่ขึ้นเวทีไปร้องงิ้วเสียเลยเล่า!”
