คนทั้งห้องมองนางด้วยสายตาประหลาด แฝงความนัยอยู่ไม่น้อย
“เป็นพิษ เมื่อมื้อเช้าอนุเหลียนกินซุปนกนางนวลใส่พุทราแดงเข้าไปเล็กน้อย ก็ปวดท้องไม่หยุด หลังตรวจสอบพบว่าซุปถ้วยนี้มีปัญหา โชคดีที่อนุเหลียนกินเข้าไปไม่มาก หลังได้รับการรักษาแล้วตอนนี้พ้นขีดอันตราย แต่ยังต้องพักฟื้นและขับพิษออกจากร่างกายต่อไป”
อันเสวี่ยเดินไปข้างเตียง เห็นคนที่นอนอยู่มีใบหน้าซีดขาว มุมปากยังมีเลือดคั่งสีดำ
“ใครวางยานาง!”
สิ้นเสียง สายตาหลายคู่ในห้องก็หันไปมองฮูหยินผู้นี้ ทุกคนต่างมีสีหน้าราวกับรู้คำตอบอยู่แก่ใจ แต่ไม่สะดวกเอ่ยออกมา
เพียะ! สมุดบัญชีถูกสะบัดลงตรงหน้าเท้าอันเสวี่ย
อ๋องหนิงสีหน้ามืดครึ้ม “เมื่อวานหลังนางยกน้ำชาให้หม่อมเล็กแล้ว เจ้าและอนุชายาจ้าวต่างก็ให้ของนางเป็นรางวัล นกนางนวลที่จวนจัดซื้อในเดือนนี้ มีเพียงเรือนของเจ้าที่เบิกไป”
“ไม่จริง!” อันเสวี่ยร้องเสียงหลง “หม่อมฉันให้ของนางเป็นนกนางนวลจริง แต่ไม่มีปัญหาแน่นอน!”
ผู้คนมองปฏิกิริยาของนาง พลางคาดเดาอยู่ในใจว่าส่วนใดจริงส่วนใดเท็จ เห็นเพียงนางก้มเก็บสมุดบัญชีบนพื้นขึ้นมา พลิกดูอย่างลวก ๆ ก่อนจะหันไปมองจ้าวฉ่าน “อนุชายาจ้าวเป็นผู้ดูแลจวน ไม่แน่ว่านางก็เบิกไปเหมือนกัน ทำบัญชีปลอมสักเล่มจะยากอะไร!”
“หม่อมฉันถูกใส่ร้าย” อนุชายาจ้าวร้องขึ้นด้วยความตกใจ “นกนางนวลที่จวนจัดซื้อในเดือนนี้มีบัญชีตรวจสอบได้ เบิกไปเท่าไร เหลือเท่าไร ล้วนมีบันทึกไว้ เพียงนำบัญชีมาเทียบกับของที่เหลืออยู่จริงก็รู้ได้”
อันเสวี่ยสบถว่าแก้ตัว พอสบเข้ากับสายตาสงสัยของอ๋องหนิงก็รีบคุกเข่าลงทันที “ท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่ได้ทำ!”
เมื่อได้ยินนางร้องขอความเป็นธรรม ผู้คนก็เห็นจนชินตาแล้ว
