แต่คำพูดเช่นนี้ นางจะกล่าวออกไปได้อย่างไร จะให้กล่าวว่านางเชื่อมสัมพันธ์กับหวังซิน ให้เขาคอยเป็นหูเป็นตาและแลกเปลี่ยนข่าวสารกับนางกระนั้นหรือ
นั่นมิใช่ความผิดใหญ่หลวงหรอกหรือ!
ผู้ที่เจรจาเกลี้ยกล่อมเก่งกาจมาแต่ไหนแต่ไร เวลานี้กลับพูดไม่ออก แต่ก็ไม่กล้ายืดเวลาออกไปนานนัก
“หม่อมฉันคิดทบทวนดูแล้ว หรือว่าในวันนั้นน้องสาวในบ้านกล่าววาจาไม่เคารพ ล่วงเกินองค์ชายเจ็ด เสียมารยาท นี่ก็เป็นเพราะหม่อมฉันอบรมไม่เข้มงวด ทำให้ท่านองค์ชายเสียหน้าเบื้องหน้าพระเชษฐาและพระอนุชา ดังนั้นจึงส่งหวังซินมา ให้เขาช่วยหม่อมฉันอบรมคนในเรือนหรือเพคะ”
องค์รัชทายาทมิได้ตรัส เพียงประทับนั่งอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ ทอดพระเนตรหนังสืออย่างเงียบงัน
ครานี้เมิ่งยวนร้อนใจยิ่งนัก
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสองประการของผู้ครองแผ่นดิน คือความพิโรธกับความเงียบ บรรยากาศสงบนิ่งเช่นนี้ทำให้นางรู้สึกถูกกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ธูปหอมที่ปกติช่วยให้จิตใจสงบ เมื่อสูดเข้าไปในเวลานี้กลับทำให้นางหายใจไม่ทั่วท้อง
ในสมองคิดหาหนทางรับมืออยู่เต็มไปหมด แต่คิดแล้วคิดอีก หลายคราวพอคำพูดมาถึงริมฝีปากก็รู้สึกว่าไม่เหมาะสม
เวลาค่อย ๆ ผ่านไปทีละน้อย เมิ่งยวนรู้สึกหายใจลำบาก นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้สัมผัสว่าเหตุใดจึงกล่าวกันว่าอยู่เคียงข้างผู้ครองแผ่นดิน ก็เหมือนอยู่เคียงข้างพยัคฆ์
“หม่อมฉันจะอบรมน้องสาวในบ้านให้ดี และควบคุมคนข้างกายให้เรียบร้อยเพคะ”
หลังจากพินิจพิจารณาซ้ำแล้วซ้ำเล่า นางจึงเลือกคำพูดนี้ ซึ่งคิดว่าไม่น่ามีช่องโหว่
เห็นองค์รัชทายาทคล้ายไม่มีท่าทีไม่พอพระทัย นางจึงเอ่ยเสียงเบาต่อว่า
“มารดาของหม่อมฉันล้มป่วยหนักคราหนึ่ง แม้ตอนนี้จะพ้นอันตรายแล้ว แต่จิตใจก็ยังไม่สู้ดี น้องสาวเกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จ วันนั้นจึงมาระบายความทุกข์กับหม่อมฉัน ไม่คิดว่าจะเสียมารยาท ภายหน้าหม่อมฉันจะให้นางอยู่บ้านและฝึกฝนกฎระเบียบให้ดี จะไม่ทำให้ท่านองค์ชายกริ้วอีกเพคะ”
