เห็นนางสั่งให้บ่าวรับใช้รออยู่ที่สำนักเต๋า ส่วนตนเองกลับมุ่งหน้าไปยังเขาด้านหลังเพียงลำพัง
เรื่องนี้ทำให้เหยียนฮวนรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก
สำนักเต๋าแห่งนี้ไม่ใหญ่โต อีกทั้งอยู่ห่างจากย่านครึกครื้น ปกติแทบไม่มีผู้คน มิใช่สถานที่ที่ขุนนางผู้มียศศักดิ์เลือกมากราบไหว้เป็นอันดับแรก สตรีสูงศักดิ์กลับมาที่อันเงียบสงบเช่นนี้เพียงลำพัง เหยียนฮวนจะไม่ใคร่รู้ได้อย่างไร สองขาของนางพลันไม่เชื่อฟัง แอบเดินตามไปเงียบ ๆ
เดินไปได้ไม่ไกล ก็เห็นสตรีผู้นั้นเดินเข้าไปในเรือนหลังเล็กมุงหญ้า
เรือนหลังเล็กมุงหญ้าสร้างอิงภูเขา ดูเรียบง่ายแต่แฝงความงดงามอยู่หลายส่วน
ในยุคนี้ บัณฑิตและกวีบางคนชอบสร้างห้องหนังสือหรือกระท่อมเล็ก ๆ ไว้ในชนบทห่างไกล เมื่อไม่มีธุระก็มาแต่งกลอนวาดภาพ อิงกายอยู่ท่ามกลางขุนเขาสายน้ำ นับเป็นความสง่างามอีกแบบหนึ่ง
สตรีผู้นั้นเพิ่งเดินเข้าไป ชายคนหนึ่งก็เดินออกมาจากในเรือน เมื่อเห็นนาง มารดาสกุลเลี่ยงก็เร่งฝีเท้าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เหยียนฮวนหลบอยู่หลังต้นไม้ เห็นทั้งสองพูดคุยกันไม่รู้ว่าเรื่องใด จากนั้นก็หันมองออกไปด้านนอกอย่างระแวดระวัง ก่อนจะเดินเข้าไปในเรือน
ทั้งสองมีท่าทีสนิทสนมกันอย่างยิ่ง ขณะก้าวข้ามธรณีประตู ชายผู้นั้นยังตบก้นสตรีเบา ๆ ทีหนึ่ง
เหยียนฮวนเห็นภาพนั้นก็รู้สึกว่าตนพบเห็นเรื่องที่ไม่ควรเห็นเข้าแล้ว เดิมคิดจะหันหลังจากไป ทว่าความอยากรู้อยากเห็นกลับทำให้อดขยับเข้าไปใกล้ไม่ได้
ประตูห้องปิดสนิท เหยียนฮวนย่อตัวอยู่ใต้หน้าต่าง ตั้งใจฟังอย่างละเอียด ทว่ากลับไม่ได้ยินความเคลื่อนไหวใด ๆ
ขณะที่นางกำลังตัดสินใจจะจากไป ก็มีเสียงสตรีแผ่วเบาดังลอยมา
ตอนแรกเสียงนั้นเบามาก คล้ายกำลังข่มกลั้นเอาไว้ ครั้นเวลาผ่านไปก็ยิ่งชัดเจนขึ้น
