“หากผิดคำสาบาน ตระกูลเมิ่งทั้งตระกูลจะต้องดับสูญ”
“หม่อมฉัน...” เมิ่งยวนริมฝีปากสั่นระริก
ดวงตาเบิกค้างวูบไหวไปมา ทว่ากลับเอ่ยออกมาไม่ได้แม้แต่คำเดียว
จะให้นางสาบานได้อย่างไร!
เรื่องที่เด็กทั้งสองหายตัวไปในวันนี้ นางไม่รู้จริง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก่อนหน้านี้นางเคยสั่งให้คนลงมือกับเด็กทั้งสองจริง
ยามนี้จะให้นางสาบานว่าไม่เคยลงมือกับเด็ก นางจะพูดออกมาได้อย่างไร!
สายตาทุกคู่จับจ้องหญิงสาว รอคอยว่านางจะตอบอย่างไร
เวลาค่อย ๆ ผ่านไป บรรยากาศในโถงค่อย ๆ แข็งตึง
“พูดสิ” เซียยิ้นเฉินเร่งเร้า
หญิงสาวกัดริมฝีปาก ลำคอราวกับมีก้อนสำลีอุดตันจนเปล่งเสียงไม่ได้แม้แต่น้อย น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลลงมา
นางเงยหน้ามองฮ่องเต้บนบัลลังก์อย่างหวาดหวั่น ครั้นสบเข้ากับสายตาเย็นเยียบกราดเกรี้ยวคู่นั้น ก็สะดุ้ง รีบก้มหน้าลงอย่างลนลาน
ท่าทางเช่นนี้ ทุกคนต่างมองออก กระจ่างแก่ใจ
เห็นหญิงสาวพูดไม่ออก เซียยิ้นเฉินก็หัวเราะเย็นชา “เรื่องราวกระจ่างชัดแล้ว”
“ไม่! ไม่ใช่นะท่านองค์ชาย!” ในที่สุดเมิ่งยวนก็เอ่ยปาก
นางร้องขอความเป็นธรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าอธิบายไปอธิบายมา ก็ทำได้เพียงย้ำคำเดิมว่าตนไม่ได้ทำ
“พระบิดาทรงไว้วางพระทัยเจ้า มอบเด็กให้เจ้าดูแล แล้วเจ้าทำเช่นไร!”
เซียยิ้นเฉินดูคล้ายจะปักใจแล้วว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือนาง จึงก่นด่าอย่างไม่ไว้หน้า
“ต่อหน้าผู้อื่นเจ้าดูแลเด็กอย่างเอาใจใส่ รักใคร่ประหนึ่งบุตรแท้ ๆ แต่แท้จริงแล้วล้วนเป็นกลอุบายบังตาผู้คน หลอกให้พระบิดาทรงไว้วางพระทัยมอบเด็กให้เจ้า ทำให้พวกเราทุกคนคลายความระแวดระวัง”
“แสร้งพาเด็กออกไปข้างนอก ฉวยโอกาสลงมือ แล้วสร้างภาพว่าทำเด็กหายโดยไม่ตั้งใจ ต่อให้ภายหลังถูกสอบสวน เจ้าก็เป็นเพียงคนที่พลั้งพลาดไปโดยไม่เจตนาเท่านั้น”
