ก่อนออกเดินทาง ฮูหยินอิวกำชับบุตรชายซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้ไปขอขมาองค์เซียนอ๋องอย่างดี จนกระทั่งสามีภรรยากลับมาและได้ยินบุตรชายบอกว่าทางองค์เซียนอ๋องสงบพระทัยลงแล้ว ใจที่แขวนค้างมาหลายวันของฮูหยินอิวจึงได้วางลงในที่สุด
“นั่นแหละ”
ฮูหยินอิวเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจระคนทอดถอนใจ “เพราะฉะนั้นสามีภรรยาก็ยังเป็นสามีภรรยา ต่อให้เป็นญาติฝ่ายภรรยาอย่างไรก็ต้องคำนึงถึงความรักของคนทั้งคู่ ขอเพียงจืออี้ยังเป็นสะใภ้บ้านเรา พวกเขาก็ไม่อาจกลั่นแกล้งยุนโจวเพราะเห็นแก่เรื่องนี้ได้”
เมื่อเรื่องชวนปวดหัวผ่านพ้นไป ฮูหยินอิวก็หันกลับไปวุ่นวายกับสวนหลังจวนของนางต่อ
ก่อเนินหินประดับ สร้างศาลา นำน้ำไหลเข้ามา ปลูกบุปผาพรรณไม้ประหลาดเต็มทั่วบริเวณ นับแต่เริ่มลงมือจนถึงวันนี้ สวนหลังจวนของเรือนเย่งอานโห่ก็สร้างเสร็จในที่สุด
ฮูหยินอิวส่งเทียบเชิญไปยังฮูหยินผู้สูงศักดิ์จากตระกูลใหญ่หลายคนที่สนิทสนมกันเป็นพิเศษ เชิญพวกนางเข้าจวนมาดื่มชาและชมทิวทัศน์
“ข้าวของที่จะใช้พรุ่งนี้ ให้บ่าวเตรียมไว้ให้ครบถ้วน”
ฮูหยินอิวกำชับ “นกนางนวล เค้กผลชมพู่ กัวเจียว น้ำค้างดอกหอมหมื่นลี้ ชาและขนมต่าง ๆ ล้วนต้องเลือกอย่างดีที่สุด จะรับรองเหล่าฮูหยินผู้สูงศักดิ์อย่างขอไปทีไม่ได้”
เพื่อการชุมนุมครั้งนี้ ฮูหยินอิวยังตั้งใจซื้อชุดถ้วยชาหยกขาวสิบสองชิ้นมาโดยเฉพาะ งานฝีมือประณีตงดงาม เนื้อหยกใสกระจ่าง เพียงมองก็รู้ว่าเป็นของชั้นเลิศ
“ชุดนี้คงราคาไม่เบาเลยกระมัง” จืออี้เอ่ยด้วยความทึ่ง
“ชาดีย่อมต้องคู่กับชุดน้ำชาดี”
ฮูหยินอิวกล่าวยิ้ม ๆ “แน่นอน ตัวข้าเองไม่เป็นไรหรอก ที่สำคัญคือห้ามทำให้เรือนเย่งอานโห่ของเราเสียหน้าต่อหน้าคนนอก”
งานครบหนึ่งเดือนเมื่อหลายวันก่อนทำให้เสียหน้าไปไม่น้อย คราวนี้ฮูหยินอิวจึงตั้งใจทุ่มสุดกำลังเพื่อกู้หน้ากลับคืน
