“ข้าเพียงอยากรู้ให้แน่ชัดว่าเจ้าได้ข่าวคราวของเขาหรือไม่”
ชิงอินมั่นใจว่าเรื่องนี้เป็นฝีมืออ๋องหนิง นอกจากคนตรงหน้าแล้ว นางก็คิดไม่ออกจริง ๆ ว่ายังมีผู้ใดจะลงมือกับหยวนชิงอีก
“ท่านเป็นถึงอ๋องเชื้อพระวงศ์ เหตุใดจึงต้องกลั่นแกล้งราษฎรสามัญคนหนึ่ง ช่างเสียเกียรติแห่งอ๋องเชื้อพระวงศ์นัก”
หญิงสาวมีน้ำเสียงเย็นชาแต่ร้อนใจ อ๋องหนิงกลับไม่ขุ่นเคือง “ก็จริง เปิ่นหวังจะกลั่นแกล้งราษฎรสามัญคนหนึ่งไปเพื่ออะไร แล้วเจ้าคิดว่าเปิ่นหวังทำเช่นนี้เพราะเหตุใด”
เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้กำลังบีบให้นางยอมรับว่ามีความรู้สึกบางอย่างต่อเจียงอวิ๋นชิง ชิงอินจึงเบี่ยงตัวไปด้านข้าง “ท่านส่งเครื่องบำรุงไปให้บิดาข้า แต่บิดาข้ากลับส่งคืน คิดว่าครั้งนั้นคงทำให้ท่านขุ่นเคือง”
ข้ออ้างนี้ฟังไม่ค่อยเข้าที อ๋องหนิงส่ายหน้าแล้วยิ้ม แต่ก็ถือว่าตอบคำถามแล้ว
“พี่สาว”
เสียงคุ้นเคยดังขึ้น หัวใจชิงอินพลันเต้นระรัว!
“อวิ๋นชิง?”
เจียงอวิ๋นชิงวิ่งมาจากที่ไกลด้วยฝีเท้าคล่องแคล่ว ใบหน้าเด็กหนุ่มเปื้อนยิ้ม เพราะรีบร้อนวิ่งมา แก้มจึงแดงระเรื่อและหอบหายใจเล็กน้อย
“เจ้าไปที่ใดมา” ชิงอินถามอย่างร้อนใจ พลางสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า “เป็นอย่างไรบ้าง ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่!”
เจียงอวิ๋นชิงเช็ดเหงื่อแล้วตอบอย่างตื่นเต้น “ข้าไปเจรจาการค้ามา บังเอิญเป็นคนรู้จักเก่า เมื่อคืนพวกเราดื่มสุราด้วยกันจนเมาหลับ เช้านี้ยังไปดูแหล่งสินค้าอีก จึงเสียเวลาไปทั้งวัน”
“พอกลับมาก็ได้ยินว่าพี่สาวออกตามหาข้า เลยรีบตามมาทันที”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” ชิงอินจึงค่อยวางใจ
แต่แล้วนางก็พลันตกอยู่ในสถานการณ์กระอักกระอ่วน
นึกถึงบุรุษที่ยืนอยู่ด้านหลัง...คราวนี้จะทำอย่างไรดี!
เมื่อรู้ว่าคนด้านหลังยังรอให้นางตอบ ชิงอินก็หน้าเจื่อน ท่าทีแข็งกร้าวเมื่อครู่พลันมลายหายไปสิ้น เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกหมดความมั่นใจต่อหน้าบุรุษผู้นี้
