เฉินเสวี่ยชะงักงันไป
เธอมองอู๋ซุ่ย ขอบตาแดงก่ำขึ้นในพริบตา น้ำตาเอ่อคลออยู่ในเบ้า
เมื่อก่อนอู๋ซุ่ยทำตัวเหลวไหล ทั้งยังติดการพนันและชอบดื่มเหล้า ไม่เคยใส่ใจเธอกับยาย่าเลยสักนิด
ถ้าไม่ได้พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ช่วยเหลือ ครอบครัวของพวกเขาคงแตกสลายไปนานแล้ว
ตอนนี้แม้อู๋ซุ่ยจะเปลี่ยนไป คอยคิดถึงเธอในทุกเรื่อง
แต่เธอก็ไม่เคยคาดคิดเลยว่า เขาจะนำสมบัติมูลค่าหลายล้านมาทำเป็นเครื่องประดับมอบให้เธอ
น้ำใจครั้งนี้…เธอไม่รู้จะพูดอะไรดี
อู๋ซุ่ยเห็นภรรยาขอบตาแดงอีกแล้ว จึงยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน
“อย่าร้องไห้เลย ผมอยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้คุณ ต่อจากนี้ชีวิตของพวกเราจะดีขึ้นเรื่อย ๆ”
เฉินเสวี่ยพยักหน้า แต่คราวนี้ไม่ได้คล้อยตามเหมือนทุกที
เธอสูดหายใจลึก ๆ แล้วเช็ดน้ำตาที่หางตา
“อาซุ่ย ไข่มุกเม็ดนี้ เราขายกันเถอะ” น้ำเสียงของเฉินเสวี่ยแม้ไม่ดังนัก แต่หนักแน่นอย่างยิ่ง
อู๋ซุ่ยขมวดคิ้ว “ที่รัก ตอนนี้เราไม่ได้ขัดสนเงินแค่นี้นะ ต่อไปผมออกทะเลไปเก็บของทะเลช่วงน้ำลง ก็หาเงินได้มากกว่านี้อีก”
“เงินซื้อเรือกับสร้างบ้าน ผมหาได้แน่นอน”
“แต่ไข่มุกเมโลเม็ดนี้ ต่อไปอาจไม่มีโอกาสเจออีกแล้วก็ได้”
“ฉันรู้ว่าคุณหาเงินเก่ง” เฉินเสวี่ยขอบตาแดง มองตรงไปยังอู๋ซุ่ย ท่าทีแข็งกร้าวผิดปกติ
“ฉันก็รู้ว่าคุณดีกับฉัน อยากเก็บของดี ๆ ไว้ให้ฉัน”
“แต่ฉันไม่ต้องการเครื่องประดับอะไรหรอก ผู้หญิงชาวประมงอย่างฉันโดนแดดโดนลมทุกวัน จะใส่ของแพงขนาดนี้ไปทำไม เอาไว้ให้สัตว์ทะเลดูหรือไง?”