อู๋ซุ่ยจ้องแสงสะท้อนริบหรี่ที่อยู่ลึกเข้าไปในเปลือกหอย ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย
ภายในลานบ้านเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมทะเลพัดผ่านซุ้มองุ่นดังซ่า ๆ
“พี่ใหญ่ ไปเอาขวานจากห้องเก็บฟืนมาที”
อู๋ซุ่ยหันขวับไปทางอู๋กังที่ยังยืนอึ้งอยู่กับที่ แล้วยื่นมือออกไป
อู๋กังเกาหลังศีรษะ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย
“เอาขวานไปทำไม? เปลือกนี่ก็ขายได้เงินนะ เนื้อหอยก็อยู่ในกะละมังแล้ว”
พอหวังเฟิงได้ยินว่าจะเอาขวานมา ก็ร้อนใจทันที เธอรีบเดินเข้าไปขวางหน้าอู๋กัง
“น้องรอง เจ้าเสียสติไปแล้วหรือไง ตอนเถ้าแก่หลินกลับไป เขาบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าเปลือกหอยสังข์มะพร้าวตัวใหญ่ขนาดนี้ ถ้าขายให้พวกทำงานหัตถกรรมในตลาดอำเภอ อย่างน้อยก็ได้ตั้งร้อยกว่าหยวน”
“ตั้งร้อยกว่าหยวนนะ ซื้อเนื้อได้ตั้งสิบกว่าชั่ง รีบวางลงเดี๋ยวนี้!”
พูดจบเธอก็เอื้อมมือไปแย่งเปลือกหอยจากมืออู๋ซุ่ย
อู๋ซุ่ยเบี่ยงตัวหลบ ไม่สนใจเสียงโวยวายของพี่สะใภ้ แล้วหันไปหาอู๋กังอีกครั้ง
“พี่ใหญ่ ไปเอาขวานมา”
อู๋กังเชื่อฟังน้องชายคนนี้มาแต่ไหนแต่ไร พอเห็นสีหน้าจริงจังของอู๋ซุ่ยก็ไม่ถามอะไรต่อ หันหลังวิ่งไปยังห้องเก็บฟืน
“โอ๊ย เจ้าคนหัวทึบ เขาสั่งให้ไปเอาก็ไปจริง ๆ หรือไง!”
หวังเฟิงกระทืบเท้าอย่างหงุดหงิด ก่อนหันไปขอความช่วยเหลือจากพ่อสามี
“พ่อ ช่วยพูดกับน้องรองหน่อย วันนี้หาเงินได้ก็จริง แต่จะผลาญแบบนี้ไม่ได้ ของราคาเป็นร้อยกว่าหยวน ทุบดังปังทีเดียวก็ไม่เหลือแล้ว!”