360,000!
นี่มันซื้อเรือหรือเผาเงินกันแน่!
เขาทำงานอยู่ที่ท่าเรือ วันหนึ่งได้แค่ 20 หยวน เดือนหนึ่งก็ 600 หยวน
เงิน 360,000 หยวน เขาต้องอดข้าวอดน้ำกี่ปีถึงจะซื้อไหว?
“น้องรอง ไม่ไหวหรอก” อู๋กังคว้าแขนอู๋ซุ่ยไว้ “ตั้ง 360,000 หยวน พวกเราซื้อไม่ไหวแล้ว ไป ๆ ไม่ซื้อแล้ว!”
อู๋ซุ่ยคว้าข้อมือพี่ชายกลับ
“พี่ใหญ่ เงินหมดแล้วยังหาใหม่ได้ แต่ถ้าชีวิตหมดก็ไม่เหลืออะไรแล้ว”
“เรือยาว 17 เมตรออกทะเลไกลได้ คลื่นลมไม่ใช่เรื่องล้อเล่น”
“เรือต้องแข็งแรง อุปกรณ์ต้องดี พวกเราถึงจะกลับบ้านอย่างปลอดภัย”
“เงิน 360,000 หยวนนี้ใช้คุ้มแล้ว”
อู๋กังมองใบหน้าจริงจังของน้องชาย อ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกมา
เขานึกถึงครั้งก่อนที่เจอพายุไต้ฝุ่นกลางทะเล ตอนนั้นเกือบพลิกคว่ำลงทะเลไปทั้งคนทั้งเรือ
จริงด้วย หากต้องหาเลี้ยงชีพในทะเล ความปลอดภัยสำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น
อู๋กังกัดฟันแน่น ก่อนจะปล่อยมือ
“ได้ ฟังนายก็แล้วกัน”
อู๋ซุ่ยหันไปหาผู้จัดการหลิว แล้วเริ่มต่อรองราคา
“ผู้จัดการหลิว พวกเราต่างก็เป็นคนตรงไปตรงมา ราคาสามแสนหกหมื่นของคุณบวกส่วนเกินมาเยอะเกินไปแล้ว”
ผู้จัดการหลิวไม่พอใจ ตบโต๊ะแล้วร้องขึ้นมา
“พี่ชาย นี่มันรุ่นท็อปนะ ลองไปถามดูสิว่าที่ไหนจะซื้อได้ราคานี้?”
อู๋ซุ่ยยิ้ม พลางชี้ไปที่รายการอุปกรณ์แล้วแย้งว่า
“เครื่องยนต์เว่ยฉาย 6160 ตัวนี้ ราคาโรงงานเท่าไรผมรู้ดี”
“เรือลำนี้มีคนยกเลิกการสั่งซื้อ มัดจำก็ไม่ได้คืนใช่ไหม?”
“เรือจอดอยู่บนแท่นต่อเรือเพิ่มอีกวัน คุณก็มีต้นทุนเพิ่มอีกวัน ถ้าผมซื้อไป คุณก็ได้กำไรเพิ่มอีกก้อน ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ ไม่ใช่หรือ?”