แม้ทั้งสองจะไม่ได้สนิทกันมาก แต่หลังจากอยู่ร่วมกันมาหลายเดือน เฉินเลี่ยงก็ได้เห็นกับตาว่าชายหนุ่มจากเมืองเล็ก ๆ คนนี้ทุ่มเทสุดกำลังแค่ไหน
ผลการเรียนของหลิวไห่หยางอยู่ระดับกลางมาโดยตลอด แต่ถ้าพูดถึงความขยัน เขาไม่ได้น้อยไปกว่าไป๋ปิงที่เป็นอันดับหนึ่งเลยแม้แต่นิดเดียว
ทุกเที่ยงในฤดูร้อนอันร้อนระอุ ขณะที่เพื่อนร่วมชั้นพักกลางวัน ต่างก็เห็นภาพเขาก้มหน้าก้มตาเขียนหนังสืออย่างขะมักเขม้น
ทุกเช้าและค่ำในฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ ไม่ว่าจะฟ้ายังไม่สางหรือดึกดื่นเพียงใด ก็มักได้ยินเสียงเขาท่องหนังสืออยู่ใต้เสาไฟถนน หลังงองุ้ม
แม้แต่คาบพละกับคาบดนตรี ก็ไม่เคยเห็นเขาเล่นสนุกหรือได้ยินเสียงหัวเราะของเขา
เพื่อนร่วมโต๊ะคนนี้มาจากเมืองเล็ก ๆ เหมือนกับเขา แถมยังมีสภาพครอบครัวคล้ายกัน ราวกับเป็นภาพสะท้อนของตัวเอง
บางครั้งเมื่อมองเห็นอีกฝ่าย
เฉินเลี่ยงก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรถึงเรียกว่าพยายาม แล้วแบบไหนถึงเรียกว่าทุ่มเทเต็มที่
เพื่อนร่วมโต๊ะที่มีนิสัยค่อนข้างเก็บตัวกำลังสะอื้นเบา ๆ ไหล่สั่นไหว เผยความคับข้องใจในใจออกมา
เฉินเลี่ยงไม่ได้พูดอะไรต่อ
เขารู้ว่าอีกฝ่ายไม่ต้องการคำปลอบใจ เดี๋ยวก็ลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง
หลิวไห่หยาง ห้องเรียนสายวิทย์ทั่วไป 13 ยังมีหลิวไห่หยางอีกหลายสิบคนไม่ใช่หรือ โรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งแห่งเมืองหมิงเยว่ก็มีหลิวไห่หยางอีกหลายร้อยคนไม่ใช่หรือ แล้วทั่วประเทศเล่า จะไม่มีหลิวไห่หยางอีกหลายแสนคนเชียวหรือ
เด็กหนุ่มเลือดร้อน หยิ่งทะนง เปลวไฟในใจลุกโชน ส่องสว่างได้ดุจตะวันจันทรา ไม่มีวันดับมอด
นกกาเหว่าหลายตัวบินมาเกาะเบียดกันบนกิ่งไม้แห้งนอกหน้าต่าง ส่งเสียงร้องจิ๊บ ๆ ท่ามกลางลมหนาว ราวกับไม่รู้ว่าควรบินไปทางไหน
ผ่านไปครู่ใหญ่ หลิวไห่หยางเพื่อนร่วมโต๊ะก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น แววตาหยิ่งทะนงกลับมาลุกโชนอีกครั้ง
「เฉินเลี่ยง รอบนี้นายสอบได้ดีมาก ยินดีด้วยนะ」
「หา? อ้อ ขอบใจ」
ก่อนที่ความเศร้าและความยินดีจะจางหายไปหมด เสียงกริ่งเข้าเรียนก็ดังขึ้นอย่างเร่งร้อน การเดินทางครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้น
「คาบนี้เราจะเขียนคำศัพท์ตามคำบอกเหมือนเดิม ผิดคำหนึ่งคัด 100 รอบ」
.....
