“หืม? น้องชายใจกว้างไม่เบาเลยนะ”
เมื่อได้ยินเฉินเลี่ยงตอบแบบนั้น สวีเฉียง เจ้าของร้านก็ปิดบังความตกตะลึงบนใบหน้าไม่มิด เขาอดไม่ได้ที่จะกวาดตามองเฉินเลี่ยงตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง แต่คราวนี้แววตากลับเต็มไปด้วยความชื่นชม
“น้องชาย พี่สวีเฉียงเปิดร้านอยู่แถวนี้มาสิบกว่าปีแล้ว เรียกได้ว่าเจอคนมาไม่รู้เท่าไร แต่คนอย่างนาย พี่กลับมองไม่ค่อยออกจริง ๆ”
“ขอเดานะ นายยังเรียนหนังสืออยู่ใช่ไหม”
เฉินเลี่ยงแกะกล่องโทรศัพท์เครื่องหนึ่ง ก่อนหยิบเข็มจิ้มถาดซิมออกมา จากนั้นก็หยิบซิมโทรศัพท์ 3 ใบที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ออกมาจากอกเสื้อ
“ใช่ครับ”
เฉินเลี่ยงก้มหน้าแกะกล่องโทรศัพท์ต่อไปโดยไม่สนใจใคร พร้อมกับใส่ซิมทั้ง 3 ใบลงในโทรศัพท์ 3 เครื่องตามลำดับ
“น้องชาย อนาคตต้องไปได้ไกลแน่”
“เจ้าของร้านชมเกินไปแล้วครับ ผมก็แค่หาเลี้ยงชีพไปวัน ๆ ในสังคมเท่านั้นเอง”
ระหว่างตอบคำถามเจ้าของร้าน เฉินเลี่ยงก็จัดการใส่ซิมโทรศัพท์ไปด้วย ใช้เวลาไม่ถึงไม่กี่นาที โทรศัพท์ทั้ง 3 เครื่องก็เปิดติดตามปกติ
“ฮ่า ๆ ก็จริงนะ น้องเฉิน แล้วโน้ตบุ๊กเครื่องนี้จะแกะตอนนี้เลยไหม”
“ครับ วางฮาร์ดดิสก์แบบพกพาไว้ด้วยกันกับโน้ตบุ๊กเลย”
ภายใต้การช่วยกันของสวีเฉียงกับเฉินเลี่ยง ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ทั้งคู่ก็ตรวจเช็กคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องกับโทรศัพท์ 3 เครื่องเบื้องต้น และติดตั้งโปรแกรมเรียบร้อย
เฉินเลี่ยงสะพายกระเป๋าคอมพิวเตอร์ 2 ใบไว้บนไหล่ขวา ส่วนโทรศัพท์ทั้ง 3 เครื่องก็ยัดใส่กระเป๋าเสื้อจนหมด
“น้องเฉิน ฝากเบอร์โทรไว้หน่อยสิ วันหลังถ้ากลับมาเมืองหมิงเยว่ แล้วคอมมีปัญหาอะไร ก็แวะมาหาพี่สวีเฉียงได้เลย”
“ได้ครับ”
เฉินเลี่ยงไม่ได้ปฏิเสธ เขายิ้มด้วยรอยยิ้มประจำตัว ก่อนบอกหมายเลขโทรศัพท์เครื่องหนึ่งให้ฟัง
ที่เฉินเลี่ยงลงทุนจัดการทำซิม 3 ใบและซื้อโทรศัพท์ 3 เครื่องให้ยุ่งยากขนาดนี้ ก็เพื่อให้สะดวกต่อการแยกจัดการรายชื่อผู้ติดต่อของตัวเอง
ขณะนั่งอยู่บนแท็กซี่ เฉินเลี่ยงนึกถึงค่าใช้จ่ายในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แล้วค่อย ๆ ตระหนักว่าเพียง 2 วันสั้น ๆ เขาก็ใช้เงินไปมากกว่า 20,000 หยวนแล้ว
