ในห้องเรียน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็น เฉินเลี่ยงไม่เคยเป็นฝ่ายชวนอู๋ลู่ลู่คุยก่อน บางครั้งถึงขั้นจงใจทำเป็นไม่สนใจเธอ
ตอนแรกอู๋ลู่ลู่ก็ทำตามข้อตกลงที่รู้กันอยู่โดยไม่ต้องพูดนี้
แต่เมื่อทั้งคู่คุ้นเคยกันมากขึ้นตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา อู๋ลู่ลู่ก็เลือกจะไม่สนใจข้อตกลงนั้นอีกต่อไป
อู๋ลู่ลู่ซึ่งนั่งเฉียงอยู่ด้านหน้าของเฉินเลี่ยงหันกลับมา ฟุบลงบนโต๊ะแล้วถามเสียงเบา
“ฉัน... ฉันก็อยู่ตรงนี้ไง”
เดิมทีเฉินเลี่ยงตั้งใจจะโกหก แต่พอนึกถึงความเข้าใจที่อู๋ลู่ลู่มีต่อตัวเองในตอนนี้ สุดท้ายเขาก็ล้มเลิกความคิดนั้น
“ฉันรู้อยู่แล้ว งั้น... ก็ได้ เธอ...”
อู๋ลู่ลู่เหมือนอยากพูดอะไรแต่ก็ลังเล แววตาเผยความเศร้าอยู่เล็กน้อย ทั้งยังมีความรู้สึกบางอย่างที่พูดไม่ออก แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้เอ่ยอะไร
“เฉินเลี่ยง พ่อฉันมารับแล้ว ฉันคงไม่ได้ไปกับนาย...”
ใกล้จะสิ้นปีแล้ว พ่อแม่ของอู๋ลู่ลู่ย่อมมารับเธอกลับบ้าน
เพราะฤดูหนาวปีนี้เมืองหมิงเยว่หิมะตกบ่อย พ่อแม่ของอู๋ลู่ลู่จึงมารับส่งเธอไปโรงเรียนอยู่เป็นประจำก่อนหน้านี้ด้วย
แต่หลังจากครั้งที่เธอไปส่งเฉินเลี่ยงที่สถานีรถไฟ ดูเหมือนอู๋ลู่ลู่จะจงใจเลี่ยงไม่ให้เฉินเลี่ยงพบพ่อแม่ของเธอ
ดังนั้นทุกครั้งที่พ่อแม่มารับ เธอจึงบอกเฉินเลี่ยงไว้ล่วงหน้า
“อืม”
เฉินเลี่ยงเพียงพยักหน้าเรียบ ๆ ทว่าอู๋ลู่ลู่กลับดูเหมือนรู้สึกผิดอยู่บ้าง เธอสะพายกระเป๋าแล้วหันกลับมา ก่อนเอ่ยด้วยสีหน้าซับซ้อน
“เอ่อ... เฉินเลี่ยง ช่วงปีใหม่อย่าลืมกินเกี๊ยวนะ ฉัน... ขออวยพรให้นายมีความสุขในวันปีใหม่ล่วงหน้า”
เมื่อมองแผ่นหลังของเด็กสาวที่ค่อย ๆ เดินห่างออกไป สัมผัสได้ถึงความห่วงใยและความปรารถนาดีอย่างจริงใจ มุมปากของเฉินเลี่ยงก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ ที่แทบสังเกตไม่เห็น เขาพึมพำเบา ๆ
“สุขสันต์วันปีใหม่”
เมื่อฝูงชนทยอยแยกย้าย ความครึกครื้นค่อย ๆ จางหาย เฉินเลี่ยงเดินไปตามลำพัง พลันนึกถึงช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนขึ้นมา
ตอนนั้นเขายังกังวลอยู่ว่าจะหาร้านอินเทอร์เน็ตที่ยังเปิดช่วงปีใหม่ได้หรือเปล่า
ตอนนี้ผ่านไปหนึ่งปีแล้ว เฉินเลี่ยงยังคงอยู่คนเดียว แต่ตัวเขาไม่เหมือนเมื่อปีก่อนอีกต่อไป
