เด็กสาวยิ้มสดใส พลางชูใบคะแนนขึ้นและเงยหน้ามองเฉินเลี่ยงนิ่ง ๆ
เฉินเลี่ยงหันกลับไปมองปฏิกิริยาของเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นโดยไม่รู้ตัว แล้วก็พบว่ามีสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่เขากับอู๋ลู่ลู่
“อ้อ ขอบใจนะ”
เฉินเลี่ยงไม่อยากหาเรื่องยุ่งยากใส่ตัว จึงตอบรับเบา ๆ ก่อนเดินออกจากห้องเรียนทันที
ในบรรดานักเรียนชายของห้อง คนที่ได้คะแนนดีที่สุดย่อมเป็นหัวหน้าห้องหลีหงกับไป๋ปิง นับตั้งแต่หวังหยวนย้ายโรงเรียนไป นักเรียนหญิงที่เรียนดีที่สุดก็เหลือเพียงอู๋ลู่ลู่คนเดียว
ไม่เพียงเท่านั้น เฉินเลี่ยงยังเห็นนักเรียนชายจากห้องอื่นมาหาอู๋ลู่ลู่หลายครั้ง
เด็กหนุ่มไม่ได้รู้สึกด้อยค่า แต่เขามองเห็นทุกอย่างชัดเจนมาตั้งแต่แรก
บางคนอาจได้พบกันเพียงชั่วครู่ในชีวิต แต่สุดท้ายก็ต้องแยกจากกันด้วยเหตุผลนานัปการ ต่อให้พยายามรั้งไว้จนสุดกำลังก็ตาม
เฉินเลี่ยงเดินไปตามทางเล็ก ๆ ในป่า มุ่งหน้าไปยังหอพักอย่างไม่รีบร้อน ฝ่าสายฝนที่โปรยลงมา
แต่ในตอนนั้นเอง ฝนกลับหยุดกระทบตัวเขา ร่มพับสีฟ้าอ่อนคันหนึ่งกางอยู่เหนือศีรษะ ช่วยกันเม็ดฝนไว้ด้านนอกทั้งหมด
“ฮิ ๆ ทำไมเดินเร็วขนาดนี้ล่ะ? สอบได้คะแนนดีขนาดนี้ ยังไม่ดีใจอีกเหรอ?”
“ฉันจะกลับหอพัก ทางเดียวกับเธอเสียที่ไหน”
เฉินเลี่ยงที่เคยชินกับการอยู่คนเดียว คิดจะไล่อู๋ลู่ลู่ไปโดยไม่ทันไตร่ตรอง
“นายไม่ได้จะกลับหมู่บ้านจื่อเฉินเหรอ? ถ้างั้นเราก็ไปทางเดียวกันน่ะสิ”
“เอ่อ...”
เฉินเลี่ยงเร่งฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว หวังจะสลัดเด็กสาวที่เดินตามมา แต่พอเห็นดินเปียกลื่นใต้เท้า สุดท้ายเขาก็ทำใจทิ้งเธอไว้ไม่ลง
หยาดฝนกระทบร่มดังทึบ ๆ ทั้งสองจึงเดินเคียงกันไปตามทางเล็ก ๆ
“เฉินเลี่ยง พ่อแม่ฉันอนุญาตให้สมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ไห่เฉิงแล้วนะ”
“หืม? อ้อ ยินดีด้วยนะ”
“แต่ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะสมัครสอบเข้าที่เมืองจิงโจว ฉันไม่คิดเลยว่าพ่อแม่จะเตรียมการไว้มากมายขนาดนี้เพื่อให้ฉันสอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยที่ฉันไม่รู้เลย ฉันไม่อยากทำให้พวกท่านผิดหวัง”
น้ำเสียงของเด็กสาวฟังดูจนใจอยู่บ้าง แต่ที่มากกว่าคือความปล่อยวาง
ได้ยินเช่นนั้น เฉินเลี่ยงก็ชะงักเท้า หันไปมองอู๋ลู่ลู่ตรงหน้าอย่างแปลกใจ
“ถ้าเป็นเรื่องของตัวเอง ขอแค่ไม่เสียใจก็พอ”
