หลังส่งข้อความบอกพ่อแม่แล้ว คนแรกที่เฉินเลี่ยงนึกถึงก็คือพี่ชิงหนิง จากนั้นก็อู๋ลู่ลู่
เฉินเลี่ยงหยิบโทรศัพท์เครื่องหมายเลขสามที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมา กำลังจะส่งข้อความหาอู๋ลู่ลู่ ก็เห็นว่าเธอส่งคะแนนมาให้แล้ว
“565 คะแนน”
สำหรับเฉินเลี่ยง คะแนนเท่านี้ถือว่าเพียงพอแล้ว แต่สำหรับอู๋ลู่ลู่ที่อยากเข้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีจิงโจวเพื่อเรียนสาขาคอมพิวเตอร์ มันกลับห่างไกลจากคำว่าเพียงพอมาก
“เฮ้อ เฉินเลี่ยง คราวนี้ฉันคงต้องซิ่วจริง ๆ แล้ว ฮือ ๆ”
“มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีจิงโจวของฉัน สาขาคอมพิวเตอร์ของฉัน ฮือ ๆ ๆ”
.......
เมื่อเห็นอีโมจิหน้าเศร้าบนหน้าต่างแชต เฉินเลี่ยงก็จินตนาการได้ว่าอู๋ลู่ลู่ที่กำลังถือโทรศัพท์อยู่ในตอนนี้จะเศร้าใจแค่ไหน
เดิมทีเฉินเลี่ยงตั้งใจจะแบ่งปันความยินดี แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจ
“หยวนหยวนสอบได้ไม่เลวเลย 589 คะแนน เข้าเรียนมหาวิทยาลัยไห่เฉิงได้สบาย”
“ว่าแต่ เฉินเลี่ยง นายสอบได้เท่าไร?”
“เฮ้อ เฉินเลี่ยง ฉันไม่คุยแล้วนะ แม่จะเรียกไปคุยด้วย”
เฉินเลี่ยงยังไม่ทันคิดว่าจะตอบอย่างไร แต่คิดว่าอู๋ลู่ลู่ที่อยู่อีกฝั่งของหน้าต่างแชตคงออกไปแล้ว
ข้อความในกลุ่มห้องเรียนเด้งขึ้นไม่หยุด เฉินเลี่ยงกดเข้าไปดูก็พบว่ามีแต่คะแนน
ขณะเดียวกัน ครูประจำชั้นก็เร่งทุกคนในกลุ่มไม่หยุด บอกให้ทุกคนส่งคะแนนมาเพื่อรวบรวมผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรุ่นนี้
“@ทุกคน ทุกคนต้องส่งคะแนน อย่างช้าที่สุดก่อนเที่ยงวัน”
“อีกเรื่อง ปีนี้เกณฑ์คะแนนสอบวิทย์สำหรับมหาวิทยาลัยชั้นนำอยู่ที่ 501 คะแนน”
แม้คะแนนของเฉินเลี่ยงจะพอดีกับเกณฑ์มหาวิทยาลัยชั้นนำ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำแน่นอน
ในกลุ่มห้องเรียนมีนักเรียนส่งคะแนนมาแค่ครึ่งเดียว อีกหลายคนยังไม่ได้ส่ง
เพราะหลังจากนี้ยังต้องจัดการเรื่องย้ายแฟ้มประวัติการศึกษา เฉินเลี่ยงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่งคำขอเป็นเพื่อนให้จางเผิง ครูประจำชั้น พร้อมกับแจ้งคะแนนของตัวเองไปด้วย
เฉินเลี่ยงเข้าใจดีว่าเพื่อนร่วมชั้นหลายคนก็คงทำแบบเดียวกัน
