หน่วยผลิตหงซิงไม่มีใครรู้เรื่องการรักษาเลย เจ็บป่วยเล็กน้อยก็ได้แต่ฝืนทน ส่วนป่วยหนักก็รอความตาย
พอซูเนี่ยนเซิงเผยฝีมือการรักษาออกมา เธอก็กลายเป็นพระโพธิสัตว์มีชีวิตของคนทั้งหน่วยผลิตทันที
ชาวบ้านแสดงให้เห็นถึงความพร้อมเพรียงในการลงมือทำอย่างเต็มที่ในเวลานี้
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง บ้านอิฐข้างโกดังที่ก่อนหน้านี้ถูกปล่อยรกร้างก็สะอาดเอี่ยม โต๊ะเก้าอี้จัดวางเป็นระเบียบ มุมห้องยังมีเตาถ่านก่อไฟไว้ ช่วยขับไล่ความหนาวชื้นของฤดูหนาว
ทุกคนจากคอกวัวถูกย้ายไปพักในโกดัง ส่วนทางคอกวัวก็มีเสียงซ่อมแซมดังแว่วมา
หวังเถี่ยจวินถือโทรโข่ง ยืนอยู่บนกองฟางสูงที่ลานนวดข้าวแล้วตะโกนสุดเสียง “ทุกบ้านฟังให้ดี! บ้านไหนมีคนป่วย รีบพามาที่บ้านหลังใหม่ข้างโกดัง! เข้าแถวให้เรียบร้อย มาก่อนได้ตรวจก่อน สหายซูเนี่ยนเซิงจะตรวจรักษาให้ทุกคน! คนเจ็บหนักหรือป่วยฉุกเฉินเข้าแถวก่อน!”
พอเสียงตะโกนดังขึ้น ชาวบ้านด้านล่างก็แยกย้ายกันไปทันที ต่างรีบกลับบ้านไปรับคนป่วย บ้างก็เอารถลากออกมา บ้างก็แบกคนมาด้วยตัวเอง
ซูเนี่ยนเซิงพอใจกับการจัดการของหัวหน้าหน่วยมาก
เธอมองหวังเถี่ยจวินแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “หัวหน้าหน่วย ช่วยเรียกคนอีกสองคนมาเตรียมน้ำร้อนกับผ้าขนหนูสะอาดหน่อย ถ้ามีเหล้าขาวก็เอามาสักขวดด้วยค่ะ”
“ได้ ไม่มีปัญหา” หวังเถี่ยจวินรับปากทันที ก่อนหันไปจัดคน แล้วพาซูเนี่ยนเซิงไปที่บ้านอิฐด้วยตัวเอง
ซูเนี่ยนเซิงมองการจัดวางข้าวของในบ้านแล้วพยักหน้า แม้จะดูเรียบง่าย แต่ห้องก็สะอาดสะอ้าน ของที่เธอต้องใช้ก็เตรียมไว้พร้อมแล้ว แม้แต่กล่องยาที่ลู่ฉือหยวนให้เธอก็วางอยู่ข้าง ๆ
ไม่นานนัก ก็เริ่มมีคนทยอยมาถึง พอหัวหน้าหน่วยจัดการไว้แล้ว ทุกคนก็เข้าแถวกันอย่างมีระเบียบ
ในแถวมีชายชราถือไม้เท้า หญิงวัยกลางคนอุ้มทารกที่กำลังเป็นไข้... ยังมีพวกว่างงานหลายคนที่ชะโงกหน้ามาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
