ซูเนี่ยนเซิงพาซูหมิงจูกลับบ้าน เรื่องนี้ก็ยังทำให้คนทั้งตระกูลซูแตกตื่น
หลอดไฟสีเหลืองสลัวในบ้านซูส่องสว่างตลอดทั้งคืน
เมื่อเห็นรอยแผลเต็มตัวของลูกสาวคนโต หลินหว่านซูร้องไห้จนสะอึกสะอื้น ส่วนกระติกเคลือบในมือซูเว่ยกั๋วถูกบีบจนเสียรูป เขาแทบอยากไปยิงไอ้เดรัจฉานสองคนนั่นแห่งตระกูลหลิวให้ตายคามือ
“พ่อ อย่าให้มือพ่อสกปรกเลยค่ะ”
ซูเนี่ยนเซิงเท้ายาดองที่ผสมน้ำพุวิญญาณลงบนฝ่ามือ ถูจนร้อนแล้วค่อยนวดรอยฟกช้ำให้พี่สาว น้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังคุยกันว่าเช้าพรุ่งนี้จะกินอะไร “คนชั่วแบบนั้น สวรรค์ยังทนดูไม่ไหวเลยค่ะ”
ถ้าสวรรค์ไม่จัดการ เธอก็จะจัดการเอง ก่อนจากมา เธอปักเข็มใส่ทั้งแม่ลูกตระกูลหลิวไว้แล้ว
หลังโดนเข็มนี้เข้า ต่อไปหลิวจื้อเฉียงคงได้แผ่อำนาจอยู่แค่ในฝันแล้วล่ะ
ส่วนยายแก่หลิวที่ปากพล่อยพูดแต่เรื่องสกปรก ต่อไปก็ได้แต่ส่งเสียงอืออา ถ้ายังพูดเป็นคำได้อีก ก็ถือว่าซูเนี่ยนเซิงฝีมือไม่ถึงขั้นแล้ว
“หมิงจู พ่อมันตาถั่วเอง…”
ซูเว่ยกั๋วมองข้อมือผอมแห้งของลูกสาวคนโต ลำคอตีบตันจนเจ็บไปหมด
ซูหมิงจูร้องไห้จนไม่มีน้ำตาให้ไหลแล้ว ตอนนี้เธอพิงน้องสาว สัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่จากหัวไหล่ พลันเกิดความรู้สึกคล้ายเพิ่งรอดตายอย่างเลื่อนลอย
เธอส่ายหน้า เสียงแหบพร่าอย่างหนัก “พ่อ หนูไม่ลำบากค่ะ ต่อไปหนูแค่อยากอยู่ข้าง ๆ พ่อกับทุกคน”
คืนนั้นไม่มีใครในบ้านซูหลับสนิทเลยสักคน
รุ่งขึ้น ฟ้ายังสางไม่เต็มที่ เสียงสัญญาณตื่นนอนในลานที่พักยังไม่ดัง ซูเนี่ยนเซิงก็คว้าทะเบียนบ้านแล้วลากซูหมิงจูที่อดนอนมาทั้งคืนตรงไปยังสำนักงานกิจการพลเรือน
บังเอิญเจ้าหน้าที่เพิ่งเปิดประตูพอดี พอเห็นสาวสวยที่สีหน้าอำมหิตกับหญิงสาวมีครอบครัวที่บาดเจ็บเต็มตัว ทั้งยังมีหลิวจื้อเฉียงหน้าบวมเหมือนหัวหมูยืนเงียบกริบอยู่ด้วย เจ้าหน้าที่ก็ไม่กล้าถามอะไรให้มากความ ประทับตราสีแดงสองครั้งรวด ซูหมิงจูกับหลิวจื้อเฉียงก็หย่าขาดกันอย่างเป็นทางการ
