“สายตาอะไรของคุณน่ะ เหมือนจะกินคนเลย?”
ซูเนี่ยนเซิงละสายตากลับมา แววตาที่เคยไหววูบสงบลงในพริบตา ก่อนเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาว เธอกลอกตาใส่ลู่ฉือหยวน “ท่านผู้การลู่คิดมากไปแล้ว ฉันกำลังคิดว่า ยุงบนเกาะนี้ตัวใหญ่เท่าเครื่องบินทิ้งระเบิดหรือเปล่า โดนกัดทีเดียวคงบวมไปสามวัน”
ลู่ฉือหยวนมองเธออย่างลึกซึ้ง แต่ไม่ได้เปิดโปงข้อแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นของเธอ
บางเรื่องแค่รู้แก่ใจก็พอ พูดออกไปกลับอาจนำภัยมาให้
แม้เขายังคงสงสัยเธออยู่บ้าง แต่จากสิ่งที่เห็นและได้ยินเกี่ยวกับเธอตลอดทาง เขากลับเชื่ออย่างไม่มีเหตุผลว่าเธอจะช่วยพวกเขาได้
บ้านหินทรุดโทรมมากจริง ๆ แต่ทำเลดี
เป็นบ้านเดี่ยว อยู่ห่างจากบริเวณที่ชาวบ้านอาศัยอยู่ ด้านหลังเป็นแนวภูเขาทอดยาว มองไกลออกไปนอกป่าทึบเขียวขจี ยังเห็นทะเลอยู่ลิบ ๆ
บ้านหินมีลานเล็ก ๆ ตรงกลางน่าจะเป็นห้องโถงใหญ่ ซึ่งมีหญ้าขึ้นรกไปหมด ห้องนอนสองข้างก็เต็มไปด้วยวัชพืช ด้านข้างมีห้องเล็กใช้เป็นครัว หญ้าคาบนหลังคาขาดวิ่นกระจัดกระจาย ดูเหมือนผมบนหัวของคนหัวล้านที่ปลิวทีเดียวก็แทบเปิดกะโหลก
บานประตูไม้สองบานหายไปครึ่งหนึ่ง แขวนเอียงกระเท่เร่บนกรอบประตู ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดคร่ำครวญ
ใยแมงมุมตามมุมกำแพงหนาแน่นยิ่งกว่าถ้ำใยแมงมุม พอผลักประตู กลิ่นอับชื้นปนกลิ่นหนูตายก็พุ่งเข้าปะทะ จนซูหมิงจูต้องยกมือปิดปากไอไม่หยุด
“นี่...ที่นี่จะอยู่ได้จริงเหรอ?”
หลินหว่านซูมองซากปรักหักพังเต็มพื้นจนขอบตาแดงก่ำ
