ตอนนี้เป็นเวลาโพล้เพล้ สายลมทะเลพัดพาความร้อนชื้นและกลิ่นเค็มคาวปะปนมากับกลิ่นอับชื้นและกลิ่นมูลสัตว์จากคอกวัว รวมถึงกลิ่นสมุนไพรจาง ๆ ชวนให้ไม่น่าสูดดม
ซูเนี่ยนเซิงยืนอยู่ข้างกำแพงดินสูงระดับอก สายตามองข้ามยอดกระบองเพชรที่มีหนามไป
เงาร่างหลังค่อมหลายร่างกำลังให้อาหารวัวและโกยมูลสัตว์
คนหนึ่งเป็นชายชราผมขาวโพลน สวมแว่นตาที่ขาแว่นเหลืออยู่เพียงข้างเดียว กำลังใช้พลั่วตักมูลวัวอย่างยากลำบาก
ดูเหมือนขาซ้ายของเขาจะบาดเจ็บ เวลาเดินจึงกะเผลก ทุกครั้งที่ออกแรง กล้ามเนื้อบนใบหน้าก็กระตุก
อีกคนเป็นหญิงชราร่างผอมเล็ก ในมือถือหญ้าแห้งกำหนึ่ง กำลังพูดอะไรบางอย่างกับวัวแก่ตัวหนึ่งด้วยเสียงแผ่วเบา
ยังมีชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่ง ใบหน้าซีดเหลือง มือกุมหน้าอก ไออย่างหนักเป็นพัก ๆ ราวกับจะไอเอาปอดออกมา
ในคอกเล็ก ๆ ของคอกวัว ยังมีคนชราอีกหลายคนกำลังทำงานของตัวเองอยู่
ซูเนี่ยนเซิงจำได้ว่าพวกเขาคือผู้เฒ่าที่สวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งกลุ่มนั้น ซึ่งเธอเห็นเมื่อกลางวัน
ปลายปี 1973 บนเกาะฉงโจว ตอนกลางวันร้อนจนเหงื่อแตกพลั่ก ทว่าพอตกกลางคืน สายลมทะเลที่พัดพาความชื้นมาด้วยกลับแทรกซึมเข้าไปถึงกระดูก
ตอนกลางวันเธอมองไม่ชัดนัก แต่ยิ่งมองตอนนี้ซูเนี่ยนเซิงก็ยิ่งรู้สึกคุ้นตา ชายชราสวมแว่นที่ขากะเผลกคนนั้น ไม่ใช่ศาสตราจารย์โม่ ผู้เป็นปรมาจารย์แห่งวงการฟิสิกส์ของประเทศจีนและบุคคลสำคัญระดับสมบัติของชาติหรอกหรือ?
ชาติก่อนเธอเคยเห็นคลิปสั้น ๆ บนอินเทอร์เน็ต เป็นเรื่องราวประวัติชีวิตของบุคคลสำคัญในยุคนี้
คนใหญ่คนโตหลายคนเคยถูกส่งไปชนบท ชีวิตของพวกเขาแต่ละคนล้วนเป็นมหากาพย์อันยิ่งใหญ่ ทั้งยังเป็นประวัติศาสตร์นองเลือดที่ชวนให้ผู้คนหลั่งน้ำตา
