ซูเนี่ยนเซิงแหวกฝูงชน เดินฉับ ๆ ไปหยุดข้างเด็กชาย
“สหายซูมาแล้ว”
“ได้ยินว่าสหายซูรักษาโรคเป็น สหายซู ช่วยดูสือโถวหน่อยเร็ว เขาแทบไม่มีลมหายใจแล้ว”
ชาวบ้านเห็นได้ชัดว่าฝากความหวังสุดท้ายไว้กับซูเนี่ยนเซิง จึงพากันเปิดทางให้เธอ
แม่ของสือโถวไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น ยังคงเขย่าตัวลูกอย่างบ้าคลั่ง “สือโถว! อย่าทำให้แม่ตกใจสิ!”
ซูเนี่ยนเซิงไม่มีเวลามาอธิบายเหตุผล เธอก้าวเข้าไป มือขวาคว้าไหล่หญิงคนนั้นไว้ แล้วกระชากไปด้านหลังอย่างแรง
หญิงคนนั้นร้องลั่น ก่อนจะหงายลงไปนั่งกับพื้น
“เธอทำอะไรน่ะ! ลูกฉันกำลังจะตายอยู่แล้ว ยังมาทำร้ายฉันอีก! ห้ามแตะลูกฉันนะ!” หญิงคนนั้นร้องไห้ฟูมฟาย แล้วพุ่งเข้าใส่ราวกับเสียสติ หมายจะเข้าไปแย่งตัวเด็ก
“จับเธอไว้” ซูเนี่ยนเซิงส่งสายตาให้ซูอวิ๋นเยี่ยที่ตามมาข้างหลัง จากนั้นก็ไม่หันไปมองอีก เธอสอดมือทั้งสองข้างใต้รักแร้เด็กชาย แล้วยกตัวเขาขึ้นจากพื้น
เด็กชายขาดอากาศจนตัวอ่อนปวกเปียก แขนทั้งสองข้างห้อยลงอย่างไร้เรี่ยวแรง
ซูเนี่ยนเซิงเดินไปยืนด้านหลังเด็ก แยกเท้าเล็กน้อยเพื่อทรงตัวให้มั่นคง
เธอโอบแขนทั้งสองข้างรอบท้องเด็ก
มือขวากำหมัด วางด้านในของนิ้วหัวแม่มือให้แนบกับแนวกึ่งกลางหน้าท้องระหว่างสะดือกับกระดูกหน้าอกอย่างแม่นยำ มือซ้ายรีบกำหมัดขวาไว้แน่น
การช่วยชีวิตด้วยวิธีไฮม์ลิก
วิธีนี้ยังไม่แพร่หลายในยุคนี้ แต่ในยุคหลัง ความรู้ปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานเช่นนี้ช่วยชีวิตผู้คนมานับไม่ถ้วน
