ซูเนี่ยนเซิงฮัมเพลงเพี้ยน ๆ เดินกลับไปอย่างอารมณ์ดี
เมื่อครู่ตอนช่วยคน เธอใช้พลังพิเศษที่เพิ่งสะสมไว้ในร่างกายจนหมดเกลี้ยง ตอนนี้หัวก็ยังปวดตุบ ๆ ราวกับมีใครเอาสว่านมาคว้านอยู่ข้างใน
แต่เรื่องนั้นไม่สำคัญ
สิ่งสำคัญคือ อีกเดี๋ยวเธอก็จะได้ใบประกาศเกียรติคุณ “ผู้กล้าทำความดีช่วยเหลือผู้อื่น” ที่ประทับตราสีแดงสดแล้ว!
ของสิ่งนี้ในยุคนี้ช่วยลดปัญหาให้เธอได้ไม่น้อยเลย
นี่ไม่ใช่จดหมายชมเชยธรรมดา แต่เป็นเครื่องรางคุ้มภัยที่ทางการรับรองเชียวนะ!
มีเครื่องรางคุ้มภัยชิ้นนี้แล้ว ต่อไปก็จะเจอปัญหาน้อยลงใช่ไหม?
ยิ่งคิดก็ยิ่งอารมณ์ดี รอยยิ้มบนริมฝีปากซูเนี่ยนเซิงไม่จางหายไปเลย
ลู่ฉือหยวนเดินตามหลังเธอมา ในระยะห่างพอดี ๆ ราวสามก้าว
เขามองแผ่นหลังที่เดินย่ำเท้าบ้าง กระโดดโลดเต้นบ้างอยู่ข้างหน้า สายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน
“หมอเทวดา” ผู้สงบนิ่งและเด็ดขาดเมื่อครู่ ผู้คีบเข็มเงินราวกับควบคุมความเป็นความตายได้ กับหญิงสาวที่ฮัมเพลงเพี้ยน ๆ อยู่ตรงหน้าและมีท่าทางสุขใจจนดูเอ๋อ ๆ คนนี้ เป็นคนเดียวกันจริงหรือ?
เขาอยู่ในกองทัพมาหลายปี พบเจอผู้คนมาหลากหลาย ทั้งยังเคยเจอผู้เชี่ยวชาญด้านการปลอมตัวมาไม่น้อย
แต่ไม่มีใครสักคนที่เปลี่ยนบุคลิกได้คล่องแคล่วไร้รอยต่อเหมือนซูเนี่ยนเซิง
ความขัดแย้งในตัวเธอช่างชัดเจนเหลือเกิน ชัดจนแม้แต่ทหารสอดแนมเก่าอย่างเขาที่มั่นใจว่ามองคนแม่น ยังเริ่มสงสัยในการตัดสินใจของตัวเอง
ยัยหนูนี่เป็นสายลับศัตรูจริง ๆ หรือ?
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง… สีหน้าของเขาพลันเคร่งขรึมขึ้น
ซูเนี่ยนเซิงเพิ่งเดินมาถึงหน้าห้องโดยสารของตัวเอง ประตูก็ถูกเปิดผางออกมาจากด้านใน
ดวงตาสี่คู่จ้องมองเธอไม่วางตา แววตาเต็มไปด้วยความกังวลและร้อนใจ
หลินหว่านซูยื่นหน้าออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย ก่อนจะคว้าแขนเธอไว้แล้วสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า ขอบตาแดงก่ำ
“เนี่ยนเนี่ยน ลูกหายไปไหนมา? เมื่อกี้ข้างนอกวุ่นวายไปหมด แม่ตกใจแทบแย่!”
ซูเว่ยกั๋วไม่ได้พูดอะไร แต่คิ้วที่ขมวดเข้าหากันก็แสดงทุกอย่างออกมาแล้ว
ซูหมิงจูยิ่งตื่นเต้นจนลุกพรวดขึ้นมา ริมฝีปากซีดเผือดเล็กน้อย “น้องเล็ก ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
