หวังเถี่ยจวินรับกระดาษไปอย่างกังขา แต่เพียงเหลือบมอง ดวงตาก็เบิกกว้าง
บนกระดาษมีผังบ้านที่วาดไว้อย่างละเอียดประณีต
จากบ้านหินที่มีอยู่เป็นศูนย์กลาง ต่อเติมไปทางหลังเขา เพิ่มห้องหลักอีกถึง 5 ห้อง
ไม่เพียงเท่านั้น ในผังยังระบุตำแหน่งครัวแยกต่างหาก ห้องอาบน้ำ และแม้แต่ส้วมชักโครกที่ต่อท่อจากในบ้านไปยังบ่อเกรอะด้านนอก
ตรงมุมลานบ้านยังวาดบ่อน้ำไว้อีกหนึ่งบ่อ
“นี่... นี่พิถีพิถันยิ่งกว่าบ้านพักของข้าราชการในเมืองเสียอีก!”
หวังเถี่ยจวินสูดลมหายใจเฮือก “เธอจะเอาห้องละคนเลยหรือ? ยังจะทำส้วมไว้ในบ้านอีก? งานใหญ่เกินไปแล้ว!”
“ใช่ค่ะ คนละห้อง พี่ชายคนโตของฉันต้องพักฟื้น พ่อกับแม่ก็อายุมากแล้ว ทนความชื้นไม่ไหว ส่วนพี่สาวก็เห็นสภาพแล้ว เธอต้องการอยู่คนเดียว หลานชายของฉันก็ต้องมีที่อ่านหนังสือด้วย”
ปลายนิ้วของซูเนี่ยนเซิงแตะลงบนกระดาษร่าง “ฉันเองก็ชินกับการอยู่คนเดียวเหมือนกันค่ะ”
เธอต้องเข้าออกมิติอยู่บ่อย ๆ มีเพียงพื้นที่ส่วนตัวเท่านั้นที่ทำให้เธอทำอะไรได้โดยไม่ต้องกังวล
ตอนนี้เธอพักห้องเดียวกับพี่สาว ยังไม่กล้าเข้าไปในมิติส่งเดชเลย
“แต่แบบนี้สะดุดตาเกินไป! ทำกันเอิกเกริกขนาดนี้ ปิดคนอื่นไม่มิดหรอก!”
หวังเถี่ยจวินกดเสียงต่ำ เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก
ในยุคนี้ แม้แต่บ้านชาวนาชาวไร่ยากจนในหมู่บ้านยังมีไม่กี่คนที่ได้นอนห้องเดี่ยว ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงสหกรณ์ เขาซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยก็ต้องโดนวิจารณ์ไปด้วย
“ใครบอกว่าจะให้คนอื่นดูออกล่ะคะ?” ซูเนี่ยนเซิงเอนหลังพิงเก้าอี้ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา “ฉันต้องการให้ข้างในซ่อนความลับไว้ ส่วนข้างนอกจะผุพังแค่ไหนก็ทำไปตามนั้น”