ลู่ฉือหยวนเงยหน้าขึ้น สายตาคมกริบราวคมดาบ “ทำตามคำสั่ง”
“ไม่ได้ครับ! หัวหน้า ผมทำตามคำสั่งนี้ไม่ได้! ถ้าคุณเป็นอะไรไป ผู้การต้องถลกหนังผมแน่!”
เสี่ยวจางร้อนใจจนแทบร้องไห้ พูดอย่างไรก็ไม่ยอมถอย
ลู่ฉือหยวนมองเขา รู้ว่าฝืนไปก็คงไม่ได้ผล
เขาสูดหายใจลึก ความเจ็บที่หน้าอกทำให้ใบหน้าซีดลงอีกหลายส่วน
“เสี่ยวจาง ฉันถามหน่อย ทางหน่วยผลิตหงซิงช่วงสองสามวันนี้มีความเคลื่อนไหวอะไรหรือเปล่า?”
เสี่ยวจางชะงักไป ไม่คิดว่าเขาจะถามเรื่องนี้ขึ้นมากะทันหัน
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบตามตรง “มีครับ... มีจริง ๆ ผู้การกลัวคุณเป็นห่วง เลยไม่ให้ผมบอก ทางมณฑล... ทางมณฑลส่งคนลงมาแล้วครับ! เป็นคณะสอบสวน บอกว่าได้รับแจ้งจากชาวบ้าน เลยจะตรวจสอบประวัติและความคิดของซูเว่ยกั๋ว ผู้ถูกส่งลงชนบทประจำหน่วยผลิตหงซิงอย่างละเอียด!”
หัวใจของลู่ฉือหยวนดิ่งวูบ!
“หัวหน้าทีมชื่อหลี่เซิ่งลี่ เป็นรองหัวหน้าคณะปฏิวัติมณฑล ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมอำมหิต มีฉายาว่า ‘ยมบาลหลี่’! คนที่ตกไปอยู่ในมือเขา ต่อให้ไม่ตายก็ต้องเจ็บหนัก!”
“คนของเราไปสืบมาแล้ว คนที่แจ้งเรื่องตระกูลซูคราวนี้ก็คือพ่อของหยางต้าเฉียง เจ้าหน้าที่หยางจากฝ่ายส่งกำลังบำรุง! ไม่รู้ไปเกาะเส้นสายของหลี่เซิ่งลี่ได้ยังไง เห็นชัด ๆ ว่าจะใช้เรื่องส่วนตัวแก้แค้น เล่นงานตระกูลซูให้ตายกันไปข้าง!”
“เรื่องเกิดขึ้นเมื่อไหร่?”
“เพิ่งออกเดินทางเมื่อเช้านี้เองครับ ผู้การส่งคนไปแจ้งข่าวตระกูลซูแล้ว ให้พวกเขาเตรียมตัวไว้และพยายามหลบเลี่ยง แต่...” เสียงของเสี่ยวจางเบาลงเรื่อย ๆ
“แต่อะไร?” น้ำเสียงของลู่ฉือหยวนเย็นเยียบราวน้ำแข็ง
“แต่คนของเราไปถึงหน่วยผลิตหงซิงแล้วไม่เจอคุณซู ไม่รู้ว่าเธอไปไหน ตอนนี้ก็ยังไม่กลับมา ส่วนหลี่เซิ่งลี่กับพวก... คงไปถึงแล้วครับ”
ลู่ฉือหยวนหลับตาลงครู่หนึ่ง พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ในแววตาก็มีพายุโหมกระหน่ำ
นิสัยของยัยคนนั้น ถ้ากลับมาแล้วเห็นครอบครัวถูกเอาเปรียบ เธอคงพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินแน่!
ถ้าปล่อยให้เธอปะทะกับพวกหลี่เซิ่งลี่... ผลที่ตามมาคงเกินจะคาดคิด!
ไม่ได้ เขาต้องไปเดี๋ยวนี้!
