“อวิ๋นเย่ คืนนี้ลูกกับพ่อผลัดกันเฝ้ายามนะ” ซูเว่ยกั๋วพูดเสียงขรึม
“ไม่ต้องครับ”
ซูเนี่ยนเซิงคีบเนื้อวัวชิ้นหนึ่งยัดใส่ปากพี่ชายคนโต “พี่ใหญ่ไปนอนเถอะค่ะ พ่อก็เหมือนกัน หนูจัดการเอง”
“ไม่ได้ ลูกเป็นผู้หญิง พักผ่อนให้ดีเถอะ วางใจได้ มีพ่อกับพี่ชายอยู่ทั้งคน ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก”
เขาจะปล่อยให้ลูกสาวออกหน้าแทนทุกเรื่องไม่ได้
เห็นเขายืนกราน ซูเนี่ยนเซิงจึงไม่พูดอะไรอีก เพียงเติมบางอย่างลงในน้ำให้พวกเขาดื่มตอนรินน้ำให้
เดินทางรอนแรมกันมาหลายวันแล้ว พวกเขาควรได้พักผ่อนให้เต็มที่
อีกด้านหนึ่ง ที่ห้องทำงานคณะกรรมการปฏิวัติคอมมูนหงซิง
ใต้แสงไฟสีเหลืองสลัว ควันบุหรี่ลอยคลุ้งไปทั่ว
หวังเต๋อฟากระแทกแก้วเคลือบลงกับพื้นอย่างแรง น้ำร้อนกระเซ็นไปทั่ว
“รังแกกันเกินไปแล้ว! เกินไปจริง ๆ!” หวังเต๋อฟาโกรธจนแก้มที่เต็มไปด้วยเนื้อกระตุกระริก
บนเก้าอี้ขาหักตัวหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ เอ้อร์โก่วจื่อกำลังกอดเข่าที่บวมเป่งเหมือนหมั่นโถว แถมยังเหงื่อเย็นผุดเต็มหน้า ร้องโอดโอยไม่หยุด “อา ขาผมพังแล้ว... อีผู้หญิงสารเลวนั่นลงมือโหดชะมัด อาต้องล้างแค้นให้ผมนะ!”
“หุบปาก! ไอ้สวะไร้ประโยชน์!” หวังเต๋อฟาด่า แววตาวูบไหวด้วยความมุ่งร้าย
วันนี้ที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน เขาถูกหวังเถี่ยจวิน ไอ้แก่ใกล้ตายหักหน้าเอาต่อหน้าคนอื่น ถ้าไม่ระบายความแค้นนี้ออกไป ต่อไปเขาจะเอาหน้าไปสู้คนในหน่วยผลิตหงซิงได้อย่างไร?
“หวังเถี่ยจวินปกป้องพวกมันใช่ไหม? หวังต้าจู้ช่วยพวกมันซ่อมบ้านใช่ไหม?”
หวังเต๋อฟากัดฟันกรอด ล้วงธนบัตรใบละสิบหยวนออกมาหลายใบจากลิ้นชัก แล้วฟาดลงบนโต๊ะ
ชายฉกรรจ์สามคนท่าทางนักเลงเดินออกมาจากมุมมืด พวกเขาเป็นอันธพาลขึ้นชื่อในคอมมูน ปกติคอยช่วยหวังเต๋อฟาทำงานสกปรกที่เปิดเผยไม่ได้
