“พี่สาว ขอขนมปังดำสี่ก้อนกับน้ำหนึ่งกระติก”
ซูโม่เดินมาหยุดหน้าร้านของหญิงวัยกลางคนที่เขาเจอเมื่อวาน
พอหญิงคนนั้นเงยหน้าขึ้นเห็นเขา ดวงตาก็เบิกกว้างทันที “ทำไมเป็นคุณอีกแล้วล่ะ?”
ซูโม่ยิ้มเจื่อน ๆ “วางใจได้ วันนี้ไม่ต่อราคาแล้ว”
หญิงคนนั้นมองเขาอย่างคลางแคลงอยู่สองสามครั้ง พอแน่ใจว่าเขาจะซื้อจริง ๆ ถึงค่อยห่อขนมปังดำสองก้อนกับกรอกน้ำใส่กระติกอย่างคล่องแคล่ว “6 แต้มเปลือกหอยทะเล จ่ายมาก่อน”
ซูโม่จำใจโอน 6 แต้มเปลือกหอยทะเลให้อีกฝ่าย
หญิงคนนั้นตรวจสอบว่าเงินเข้าครบแล้ว จึงส่งอาหารที่ห่อไว้ให้ซูโม่
ซูโม่รับอาหารมาแล้วมุ่งหน้าไปทางลิฟต์
เพิ่งเดินมาถึงหน้าประตูห้องพักของตัวเอง
จู่ ๆ ประตูห้อง A-015 ข้าง ๆ ก็เปิดออก
พี่สะใภ้จ้าวพิงกรอบประตู วันนี้เปลี่ยนมาสวมเสื้อบางสีแดงเข้ม คอเสื้อลึกกว่าเมื่อวานเล็กน้อย ผมก็เหมือนจะรวบใหม่ แถมยังมีกลิ่นสบู่ราคาถูกติดตัวมา
ซูโม่ก้มหน้า แสร้งทำเป็นไม่เห็น
เห็นได้ชัดว่าพี่สะใภ้จ้าวไม่คิดจะปล่อยเขาไปง่าย ๆ เธอยิ้มพลางเอ่ย “อ้าว วันนี้กลับเร็วเชียวนะ? ไปขายของที่ตลาดมืดมาอีกแล้วเหรอ?”
ซูโม่ชะงักฝีเท้า ก่อนยิ้มตอบ “อืม เอาของไปขายมานิดหน่อย”
สายตาของพี่สะใภ้จ้าวเหลือบมองห่อกระดาษน้ำมันในมือเขา มุมปากเบ้ลง “ได้เงินมาแล้วยังกินขนมปังดำอีก? อย่าบอกนะว่าเอาเงินไปทุ่มให้ห้องเล็ก ๆ นั่นอีกแล้ว?”
ซูโม่เผลอซ่อนห่อกระดาษน้ำมันไว้แนบอก ใบหน้าฝืนยิ้มอย่างจนใจ “โธ่...ปิดพี่สะใภ้ไม่มิดจริง ๆ”
พี่สะใภ้จ้าวเอ่ยอย่างขัดใจที่เขาไม่เอาไหน “ทำไมนายถึงชอบไปที่นั่นอยู่เรื่อย ฉันเตือนแล้วนะว่าที่นั่นสกปรก ถ้าติดโรคจุดสนิมขึ้นมา นายจะเสียใจทีหลัง”
