ซูโม่ไม่กล้าคิดอะไรให้มากความ อาศัยแสงริบหรี่จากสายรัดข้อมือคลำใต้เตียงด้วยมือทั้งสองข้าง หยิบน้ำมันปลาที่ซื้อมาเมื่อสองวันก่อนออกมา เทลงบนเศษกระเบื้องแตกชิ้นหนึ่ง แล้วสอดเชือกป่านลงไปจุดไฟ
เปลวไฟสีเหลืองสลัวกลุ่มเล็ก ๆ ลุกวาบขึ้นมาไหวระริก
ในที่สุดห้องพักแคบ ๆ ก็มีแสงสว่างขึ้นมาบ้าง
“ไม่รู้ว่าไฟจะดับไปอีกนานแค่ไหน”
ซูโม่พึมพำเบา ๆ พลางมองเปลวไฟจากตะเกียงน้ำมันปลาที่สั่นไหว เขาเลื่อนห่อผงดินปืนไปไว้ตรงมุมที่ห่างจากแสงไฟโดยไม่รู้ตัว ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย
เผลอเพียงนิดเดียวก็อาจเกิดระเบิดขึ้นได้
เสียงด่าทอของพวกผู้อพยพยังคงดังระงมอยู่ตามทางเดินด้านนอก
ไม่มีวี่แววว่าความวุ่นวายจะสงบลงแม้แต่น้อย
“ก๊อก ๆ ๆ!”
จังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากด้านนอก
หัวใจซูโม่กระตุกวูบ
เวลาไฟดับ ถ้ามีคนมาเคาะประตู มักไม่ใช่เรื่องดี
เขาถือตะเกียงน้ำมันเดินไปที่ประตูห้องพัก แล้วถามเสียงเบา “ใครน่ะ?”
เสียงพี่สะใภ้จ้าวดังมาจากด้านนอก “เสี่ยวซู บ้านเธอยังมีน้ำมันปลาไหม? ไหที่บ้านฉันหมดไปตั้งแต่เมื่อวานซืน ยังไม่ได้ซื้อมาเติมเลย... ขอยืมหน่อยได้ไหม?”
ซูโม่ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“มี... มีครับพี่สะใภ้ รอเดี๋ยวนะ”
ซูโม่หันกลับไปหยิบไหใส่น้ำมันปลาบนโต๊ะ จากนั้นแง้มประตูไว้เล็กน้อย แล้วยื่นกระป๋องเหล็กออกไปทางช่องประตู
“ขอบใจนะเสี่ยวซู พรุ่งนี้ฉันคืนให้”
พี่สะใภ้จ้าวพูดจบก็หันหลังรีบกลับเข้าห้องพักของตัวเอง
ซูโม่รีบลงกลอนประตูจากด้านใน ก่อนเดินไปเอนตัวลงบนเตียง
