เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วหนึ่งเดือน
ตลอดหนึ่งเดือนนี้ เวินลิ่งเจารู้สึกราวกับตัวเองใช้ชีวิตอยู่ในความฝัน เพราะทุกครั้งที่ลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบเรื่องน่ายินดีที่คาดไม่ถึง ทุกวันยังได้ทำเรื่องสนุก ๆ มากมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยกล้าฝันถึง
แม้จะเคยฝันหวานและจินตนาการถึงชีวิตสุขสันต์ในวันหน้า แต่เธอก็ไม่เคยนึกเลยว่าตัวเองจะได้พบเจอเรื่องดี ๆ เช่นนี้
เธอถึงกับต้องหยิกแก้มตัวเองเป็นครั้งคราว กลัวว่านี่จะเป็นเพียงความฝันแสนหวานที่ยืดยาว และไม่รู้ว่าจะตื่นขึ้นมาเมื่อไร
ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเห็นเธอจู่ ๆ ก็หยิกแก้มตัวเองแรง ๆ แก้มของเธอนุ่มเนียน หยิกเพียงหน่อยเดียวก็แดงแล้ว
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ทำอะไรของเธอ?
ตอนเธอหลับ เขาแอบหยิกแก้มเธอ ยังทำแค่เบา ๆ ต่อให้บางครั้งเผลอออกแรงไปบ้าง ก็ไม่ได้แรงอะไรนัก
เธอนี่สิ เขาอุตส่าห์ทะนุถนอมเธอ แต่เธอกลับทำร้ายตัวเองแบบนี้
ถึงแก้มจะเป็นของเธอ แต่ตอนนี้เธอเป็นคนที่เขาเลี้ยงดูอยู่ เขาไม่อนุญาตให้ทำแบบนี้
“หยิกอะไรมั่วซั่ว ห้ามหยิกนะ” เขาสั่งอย่างเอาแต่ใจ
เวินลิ่งเจากะพริบตาปริบ ๆ
หลังจากใช้เวลาร่วมกับเผยเย่ามาพักหนึ่ง ความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พุ่งพรวดขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้ทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนสนิทกันแล้ว
แม้จะไม่รู้ว่าเผยเย่ามองเธอเป็นเพื่อนสนิทหรือเปล่า แต่ในใจเธอ เขาเป็นหนึ่งในเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอเลย
ตามหลักแล้ว เขาควรจะอยู่อันดับหนึ่ง ทว่ายังมีพี่อาเฉิง แล้วก็เจ้าหมาสีเหลืองตัวน้อยกับต้นท้อที่บ้านอีกด้วย... พวกมันอยู่กับเธอมาหลายปี ความผูกพันหลายปีนั้นสำคัญมากเหมือนกัน ดังนั้นเผยเย่าจึงได้อยู่ในอันดับหนึ่งร่วมกับพวกมัน
ถ้าต่อไปเขายังดีกับเธอมาก ๆ เธออาจพิจารณาเลื่อนอันดับให้เขาขึ้นอีกหน่อย ให้กลายเป็นคนที่พิเศษที่สุด
แน่นอน เรื่องพวกนี้เป็นความลับเล็ก ๆ ในใจเวินลิ่งเจา เธอไม่มีทางบอกเผยเย่าแน่
เธอฉลาดพอจะรู้ว่าเผยเย่าเป็นคนขี้หวงอยู่บ้าง ตอนอารมณ์ดีเขาก็ใจกว้าง แต่พออารมณ์ไม่ดีก็จู้จี้คิดเล็กคิดน้อย เรื่องนี้ก็จะจัดการ เรื่องนั้นก็จะเข้ามายุ่ง
