ในสถานการณ์แบบนี้ เวลาแบบนี้ แถมยังทำเรื่องแบบนี้อยู่ ยังกล้าพูดอะไรแบบนั้นออกมาอีกเหรอ?
“ไปให้พ้น” เธอยังคงผลักเขาต่อ
เวินลิ่งเจารู้ดีว่าฟู่ถิงเป็นคนคิดมาก ในเมื่อเขาถามออกมาตรง ๆ ในใจคงมีคำตอบอยู่แล้ว ที่ถามก็แค่อยากรู้ว่าเธอจะตอบอย่างไรเท่านั้น
ถ้าเธอเอาแต่หลอกลวงเอาใจเขา ก็มีแต่จะทำให้เขารังเกียจ
คำโกหกก็ต้องพูด ความจริงก็ต้องพูด อยากจะเชื่ออย่างไหนก็แล้วแต่เขา
จะเชื่อทั้งสองอย่างก็เป็นเรื่องของเขาเอง
เวินลิ่งเจาผลักเขาเต็มแรง จนเกือบจะผลักเขาออกไปได้จริง ๆ แต่ไม่นานเขาก็ชิงความได้เปรียบกลับคืนมา กดเธอไว้แน่น
“ถามแค่สองคำถาม ทำไมอารมณ์ร้ายขนาดนี้?” เขาบีบแก้มเธอเบา ๆ พลางหัวเราะหึ เวินลิ่งเจาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนแผ่วเบาในอกของเขา น้ำเสียงของเขาในยามนี้ไม่เคร่งขรึมเหมือนปกติ ทั้งยังเจือความพึงพอใจอยู่เล็กน้อย “ฉันไม่ไปหรอก”
ไม่อยากไปต่างหาก
“งั้นก็หุบปากซะ คุณเสียงดังน่ารำคาญ รู้ตัวไหม?” เธอแสดงความรังเกียจออกมาตรง ๆ ไม่คิดจะอ้อมค้อมแม้แต่นิดเดียว “มิน่าล่ะถึงไม่ได้เรื่อง เอาแต่พูดอยู่ได้”
“พูดอีกทีสิ?”
ถ้าไม่กลัวว่าเธอจะร้องไห้ฟูมฟาย เขาจะอ่อนโยนกับเธอขนาดนี้ไปทำไม แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าความเอาใจใส่ของเขาถูกเธอมองว่าไม่ได้เรื่องเสียอย่างนั้น
“ให้พูดอีกกี่รอบก็ได้ กลัวก็แค่ว่าคุณอายุมากแล้ว จิตใจจะรับไม่ไหว”
เขาอายุมากกว่าเธอเกือบห้าปี ไม่เรียกว่าอายุมากแล้วจะเรียกว่าอะไร คิดว่าตัวเองเป็นของล้ำค่าอย่างนั้นหรือ อีกไม่กี่ปีคงกลายเป็นตาแก่ที่ไม่มีใครเอาแล้ว
