จัดการเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว ดูเหมือนเวินลิ่งเจาจะอารมณ์ดีขึ้นมาก เธอฮัมเพลงออกมาเบา ๆ โดยไม่รู้ตัว
ใช่ว่าเธอจะขอความช่วยเหลือจากฟู่ถิงได้คนเดียวเสียหน่อย แม้คนรู้จักรอบตัวจะมีไม่มาก แต่จะหาคนมาช่วยแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าสักสองสามคนก็ไม่ยาก
“ตอนนี้เราจะไปไหนกัน?” เวินลิ่งเจาถาม
ตอนเธอขึ้นรถ รถก็ออกตัวไปแล้ว เพิ่งนึกขึ้นได้ตอนนี้เองว่าต้องถามจุดหมาย
จริง ๆ จะถามหรือไม่ถามก็ไม่สำคัญหรอก เขาคงไม่พาเธอไปขายที่ไหนหรอก อีกอย่างมูลค่าตัวเขายังสูงกว่าเธอเสียอีก น่าจะระวังไม่ให้เธอจับเขาไปขายมากกว่า
สีหน้าฟู่ถิงอ่านไม่ออก มีเพียงแววตาที่เย็นชาอยู่เล็กน้อย ดูไม่ค่อยพอใจนัก
เห็นเขาไม่พูด เวินลิ่งเจาจึงไม่ถามต่อ ทำเป็นมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงของเขาเสียเลย
ไม่พอใจก็ไม่พอใจ ใคร ๆ ก็มีอารมณ์กันทั้งนั้น ตอนนี้เธอก็ตั้งใจจะทำให้เขาไม่พอใจอยู่แล้ว
เขาไม่ยอมไปเอง เธอชวนคนอื่นก็เป็นเรื่องปกติ
บรรยากาศเริ่มอึดอัด คล้ายมีกระแสต่อต้านกันอยู่เงียบ ๆ
พอเจอสัญญาณไฟแดงตรงแยก คนขับก็จอดรถ หยิบกระดาษมาเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก
อุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในรถกำลังพอดี ไม่ได้ร้อนเลย เหงื่อที่ผุดขึ้นมาบนหน้าผากเป็นเหงื่อเย็นต่างหาก
เมื่อครู่ทั้งสองคนยังคุยเล่นกันดี ๆ อยู่เลย ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นถึงได้กลับมางอนกันอีก ต่างคนต่างเงียบ บรรยากาศเย็นเยียบจนน่ากลัว
อีกไม่กี่ปีเขาจะไม่ขับรถอีกแล้ว ต่อให้พูดอะไรก็ไม่ขับ ความกดดันมันมากเกินไป หัวใจรับไม่ไหว
เลขานุการก้มอ่านเอกสาร ไม่กล้าพูดแทรกสักคำ
พอถึงที่หมาย คนขับก็เปิดประตูรถให้
เดิมทีเวินลิ่งเจาคิดว่าจะได้ไปร้านอาหารที่ไหนสักแห่ง ใครจะคิดว่าพวกเขาจะมาถึงตีนเขา
