เวินลิ่งเจามองเขาอย่างเหม่อลอย รู้ว่าเขาไม่ได้ล้อเล่น
แม้ปกติเขาจะดูรังแกง่าย พูดคุยด้วยง่าย และอ่อนโยนกับเธอมาก แต่เธอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนดี อย่างน้อยก็ไม่ใช่คนแบบที่เห็นภายนอก นี่เป็นสัญชาตญาณที่ผุดขึ้นมาเอง
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็บอกผมได้นะ หืม?” หรงเซี่ยนชี้นำให้เธอเล่าออกมาอีก
เวินลิ่งเจาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็เลือกที่จะเงียบ
ตอนนี้เขาดีกับเธอ แต่พอรู้ความจริงแล้ว เขาอาจไม่ดีกับเธออีกก็ได้ บางทีอาจถึงขั้นหันหลังให้กัน
เธอเดินเข้าไปกอดเขา เปลี่ยนเรื่องเสีย
“ขอจุ๊บหน่อย”
พวกเขาไม่ได้จูบกันมาหลายวันแล้ว เมื่อก่อนเวลาห่างกันไปหลายวัน พอเจอกันก็มักจะจูบกันเสมอ
หรงเซี่ยนยินดีรับอ้อมกอดหอมกรุ่นนุ่มนิ่มที่โผเข้าหา มือโอบเอวเธอไว้
เขาก้มลงจูบเธอ
จูบของทั้งคู่เคยบริสุทธิ์ไร้เดียงสา เป็นเพียงริมฝีปากที่บดคลึงกัน ราวกับกำลังจูบเยลลี
“ไม่อร่อยเลยสักนิด!” เวลาเวินลิ่งเจาโกรธ เธอจะไม่ยอมให้เขาจูบ แล้วพูดอย่างรังเกียจแบบนี้
ทุกครั้งเขาต้องคอยพูดจาอ่อนหวานปลอบเธอ ถึงจะได้จูบที่แสนขอไปทีมา
แต่วันนี้หรงเซี่ยนไม่อยากทำแบบนั้นอีกแล้ว
ในเมื่อเธอเป็นฝ่ายเริ่ม ก็ต้องยอมรับผลที่อาจตามมา
ผู้ชายล้วนอันตราย โดยเฉพาะเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้หญิงที่ตนชอบ ระดับความอันตรายยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เขาแค่อยากสอนบทเรียนนี้ให้เธอ ให้เธอรู้จักระวังตัวไว้
