“คุณฟู่...” เลขานุการก้มหน้า เป็นความผิดพลาดของเธอเองที่เผลอปล่อยให้เวินลิ่งเจาบุกเข้ามา
คราวนี้สถานการณ์ชวนกระอักกระอ่วนจริง ๆ
ข่าวช่วงนี้แพร่สะพัดไปทั่วบริษัท ไม่มีใครไม่รู้ ตอนนี้ทั้งสามคนดันมาเจอกันเข้า ไม่มีใครกล้าคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น
เลขานุการแทบอยากก้มหน้าจนติดพื้น กลัวว่าตัวเองจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย
ต่อให้เดี๋ยวนี้ห้องทำงานระเบิดขึ้นมา เธอก็คงไม่แปลกใจ
เวินลิ่งเจาแอบหนีออกมา เธออุดอู้อยู่ในคฤหาสน์มาหลายวัน จนทนไม่ไหวแล้ว
ในมือยังถือขนมที่ซื้อมาให้ฟู่ถิงระหว่างทาง แต่ทั้งหมดเป็นของที่เธอชอบกินเอง
“ลิ่งเจา เธอ...” เวินเหยียนมองใบหน้าซีดเผือดของเวินลิ่งเจา ก่อนจะหันไปมองฟู่ถิงที่สีหน้าเรียบเฉย ชั่วขณะหนึ่งเธอไม่รู้ว่าควรพูดอะไร
ดูจากท่าทางแล้ว เธอคงได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่ทั้งหมด
เวินลิ่งเจาไม่พูดอะไรสักคำ หันหลังแล้วเดินจากไป
ฟู่ถิงมองแผ่นหลังที่เดินจากไปอย่างขุ่นเคือง แต่ไม่ได้ตามไป เพียงสั่งให้เลขานุการตามไปดูแลเธอให้ดี
เวินเหยียนชะงักไปครู่หนึ่ง
อย่างไรเวินลิ่งเจาก็เป็นคนของตระกูลเวิน เธอย่อมต้องอยู่ข้างน้องสาว ยิ่งเรื่องบานปลายมาถึงขั้นนี้ สถานการณ์ของเวินลิ่งเจาก็ยากลำบากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
“คุณฟู่ เรื่องที่ฉันพูดไปเมื่อกี้ ขอให้คุณลองคิดดูให้ดีนะคะ ถ้าคุณฟู่ไม่ได้ชอบ...น้องสาวฉัน ก็อย่าทำร้ายเธอเลย ชีวิตเธอก็ไม่ได้ดีนัก ทนรับแรงกระแทกอะไรไม่ไหวหรอกค่ะ”
