“อื้อ...อย่านะ...” เวินลิ่งเจาพยายามเอ่ยอย่างยากลำบาก แต่พูดได้ไม่กี่คำ ปากก็ถูกเขาปิดไว้แน่น
ถ้าเขาอยากกินอะไร ก็บอกเธอได้ ต่อให้เธอทำไม่เป็น ก็ยังช่วยไปซื้อให้ได้ อย่ามากินเธอแบบนี้สิ!
เธอรู้ว่าก่อนหน้านี้ที่เผยเย่าพูดว่าจะถลกหนังเธอนั้นก็แค่ขู่ เขาไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้น ตอนนี้ก็คงไม่คิดจะกินเธอจริง ๆ หรอก
แต่ถ้าไม่ใช่กิน นั่นก็แปลว่ากำลังจูบกัน
แบบนี้ก็ไม่ได้เหมือนกันนะ!
เธอไม่ได้โง่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว รู้เรื่องต่าง ๆ มากมาย แม้พวกเขาจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่เพื่อนที่ดีต่อกันทำเรื่องแบบนี้ไม่ได้
เรื่องนี้ที่นี่ก็เหมือนกับในหมู่บ้าน ต้องแต่งงานกันก่อนถึงจะจูบได้ และหลังแต่งงานแล้วก็จูบได้แค่คู่ของตัวเอง ถ้าภรรยาไปจูบผู้ชายคนอื่น หรือสามีไปจูบผู้หญิงคนอื่น ก็ต้องถูกตี
ตอนนี้พวกเขายังไม่ได้แต่งงานกัน แม้จะยังไม่มีใครเห็นและกำลังจูบกันอย่างลับ ๆ แต่มันก็ไม่ถูกต้อง หากมีคนมาเห็นเข้า...
เวินลิ่งเจาไม่รู้ตัวเลยว่าที่จริงแล้วเธอไม่ได้รังเกียจ เพียงแต่กำลังกังวลว่าจะมีคนรู้เรื่อง
คนในอ้อมแขนกำลังใจลอย เผยเย่าจึงสังเกตได้อย่างรวดเร็ว เขาคลายอ้อมกอดแล้วบีบแก้มน้อย ๆ ของเธอ
“นิวนิ่ว ตั้งใจหน่อยได้ไหม? นี่คือท่าทีที่เธอมีต่อเพื่อนที่ดีอย่างนั้นเหรอ? เพื่อนที่ดีกำลังจูบเธอ เธอไม่จูบตอบก็แล้วไป ยังกล้าใจลอยอีก เธอนี่เกินไปแล้วจริง ๆ”
ตอนนี้เผยเย่าคุ้นเคยกับนิสัยของเธอดี รู้ว่าต้องพูดหรือทำอย่างไรถึงจะจี้จุดที่เธอใส่ใจได้
คนอย่างเวินลิ่งเจาที่ชอบยกตัวเองว่าเป็นเพื่อนที่ดีอยู่ทุกวัน ย่อมทนคำกระตุ้นแบบนี้ไม่ไหว
เวินลิ่งเจารู้สึกเหมือนตัวเองจะเป็นฝ่ายผิด ที่เขาพูดก็ถูกอยู่ แต่ก็เหมือนจะไม่ใช่แบบนั้นเสียทีเดียว
