ตอนนี้คนที่ตกตะลึงที่สุดคือซุนหงหมิง เขาไม่เคยคิดเลยว่าศิษย์ของตน หลังจากได้รับการเสริมพลังจากเคล็ดตะวันม่วงและเคล็ดจิตมโนมัยแล้ว กำลังรบจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
หลี่ชิงเฟิงที่แข็งแกร่งเช่นนี้น่าจะไร้ผู้ต่อต้าน เหตุใดกลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
หลังจากนิ่งงันไปหลายวินาทีเต็ม เขาถึงได้สติว่าต้องช่วยศิษย์
ร่างของเขาเคลื่อนไหว กลายเป็นภาพเงา พริบตาเดียวก็มาถึงกอหญ้าที่ห่างออกไปห้าสิบเมตร ประคองศิษย์ขึ้นมา จับชีพจรแล้วล้วงยารักษาแผลสีดำออกจากตัวป้อนเข้าปากศิษย์
จากนั้นวางฝ่ามือบนแผ่นหลังศิษย์ ส่งพลังปราณแท้หลั่งไหลเข้าสู่ร่างของศิษย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นฤทธิ์ยาและรักษาอาการบาดเจ็บ
………………
“เจียงเฮ่าเอาชนะอัจฉริยะระดับตำนานของหัวเซี่ย หลี่ชิงเฟิงได้แล้ว! และยังเป็นหลี่ชิงเฟิงที่เข้าสู่เขตแดนแปรเปลี่ยนแล้วด้วย” ความตะลึงบนใบหน้าของซ่างกวนหยงเกินคำบรรยาย
ทว่าในความตะลึงนั้นกลับเจือด้วยความยินดีอย่างท่วมท้น
แม้หลี่ชิงเฟิงจะเป็นอัจฉริยะของหัวเซี่ย ความภาคภูมิใจของหัวเซี่ย แต่เจียงเฮ่าคือรองหัวหน้าหน่วยเขี้ยวมังกรของนาง และมีความสัมพันธ์อันดีกับนาง หากมองจากความรู้สึกแล้ว นางย่อมหวังให้เจียงเฮ่าชนะ
บนใบหน้าของหลี่ฮวาเส่อที่เดิมทีสุขุมเยือกเย็นก็ปรากฏแววประหลาดใจ เขาจ้องมองเจียงเฮ่าที่ยืนอยู่ไม่ไกลด้วยแววตาล้ำลึก ไม่รู้กำลังคิดอะไร
…………
ครู่หนึ่งต่อมา ซุนหงหมิงยกฝ่ามือออกจากแผ่นหลังของศิษย์
หลังจากการรักษาจากยารักษาแผลและพลังปราณแท้ อาการบาดเจ็บสาหัสของหลี่ชิงเฟิงก็ฟื้นฟูขึ้นครึ่งหนึ่งในทันที ส่วนอีกครึ่งที่เหลือได้แต่อาศัยเวลาค่อย ๆ ฟื้นฟู
ตอนนี้หลี่ชิงเฟิงสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ เดินเองได้ไม่มีปัญหา
หลังจากช่วยศิษย์เสร็จ ซุนหงหมิงก้าวเท้าหนึ่งก้าว เพียงพริบตาก็มาอยู่ตรงหน้าเจียงเฮ่า “เด็กสารเลวใจคอโหดเหี้ยม หากวันนี้ข้ามิได้พกยาวิเศษรักษาแผลมา หลี่ชิงเฟิงคงถูกเจ้าทำให้พิการไปแล้ว” กล่าวจบก็ยกฝ่ามือฟาดใส่หน้าอกของเจียงเฮ่า
ฝ่ามือนี้ดูราวกับธรรมดา ทว่าภายใต้ความธรรมดานั้นกลับแฝงไว้ด้วยพลังอันแข็งแกร่งจนน่าสะพรึงกลัว
เงาแห่งความตายเข้าปกคลุมจิตใจของเจียงเฮ่าทันที
