เขตต้องห้ามของเหมืองทอง
ฟานซีและนิโคลานั่งจิบชาอยู่ในห้องน้ำชา
“อย่าเพิ่งพูดไป ข้าขอบอกว่าใบชาจากหัวเซี่ยนี่ช่างหอมกรุ่น ดื่มแล้วชื่นใจ สมองโปร่งโล่ง” ฟานซีชมไม่ขาดปากพลางลิ้มรสน้ำชาในถ้วย
นิโคลาดื่มชาไม่เป็นอย่างเห็นได้ชัด จึงเงียบไม่ตอบรับคำชมของฟานซี
“ผู้อาวุโส ท่านเชื่อคำพูดของรองหัวหน้าคาร์ลจริงหรือ ว่านักฆ่าของหมาป่าจะกล้าบุ่มบ่ามมาที่นี่เพื่อลอบสังหารท่าน” นิโคลาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังขา
ฟานซียิ้ม “อย่าพูดว่าไม่เชื่อเลย หมาป่าตกอยู่ในสถานะคับขัน ถอยก็ไม่ได้ เดินหน้าก็ไม่ได้ เขาจำต้องทำเช่นนี้ อีกอย่างเราได้อำนวยโอกาสให้พวกมันเดินชมได้ตามใจชอบถึงที่ พวกมันไม่มีทางพลาดโอกาสนี้เด็ดขาด”
นิโคลายังมีแววตากังขา
“ท่านทูตพิเศษ ที่ท่านร้อนรนจะมายังมานาเพื่อร่วมมือกับซาตานของเราจัดการหมาป่า คงไม่ใช่เพราะความอยากรู้อยากเห็นกระมัง” ฟานซีมองนิโคลาด้วยแววตาลึกซึ้ง “ยมทูตของพวกท่านเองก็คงมีแค้นกับหมาป่าเช่นกันมิใช่หรือ”
นิโคลาทำหน้าชื่นชม “สายตาผู้อาวุโสฟานซีหลักแหลมยิ่งนัก มองปราดเดียวก็ทะลุใจข้าจนหมด”
ฟานซีหัวเราะ “ท่านทูตเล่าให้ฟังได้หรือไม่”
นิโคลาพยักหน้า “บิดาของข้าถูกราชาหมาป่าคนก่อนโน้นสังหาร พี่ชายข้ากับข้าจึงเกลียดชังองค์กรหมาป่าเข้ากระดูกดำ สาบานว่าชั่วชีวิตนี้จะต้องโค่นล้มให้สิ้นซาก”
“น่าเสียดายที่ยังไม่ทันได้แก้แค้น ราชาหมาป่าคนก่อนก็ลาออกจากยุทธจักร หายเข้ากลีบเมฆ” นิโคลากล่าวพลางแสดงแววตาอาฆาตและคับแค้นใจอย่างแรง
