ชายหนวดเครานั่งอยู่บนเตียง
หญิงสาวสองคนข้างกายก็ถูกปลุกให้ตื่นเช่นกัน
หลังจากตื่นขึ้นมาก็พบว่ามีคนแปลกหน้าสองคนอยู่ในห้อง
ต่างพากันหวาดกลัวเอามือปิดอกแนบอกผู้ดูแลวังหมิงอวี้
ผู้ดูแลวังหมิงอวี้สวมกอดหญิงสาวทั้งสองไว้ บอกเป็นนัยว่าไม่มีอะไร
“ท่านจูเก๋อ มาที่วังหมื่นอสูรของเรามีธุระอะไรกันแน่”
จูเก๋อเหิงขยับแว่นดำปิดดวงตาทั้งสองข้าง “เก็บปืนก่อนเถอะ ฉันไม่ชอบให้ใครเอาปืนจ่อ”
ผู้ดูแลวังหมิงอวี้ก้มหน้าลง รีบคว้ากางเกงในจากข้าง ๆ มาสวม
จากนั้นก็ดึงเสื้อคลุมนอนสีทองมาคลุมร่างแล้วเดินลงจากเตียง
“ตอนนี้บอกฉันได้หรือยัง ว่าดึก ๆ ดื่น ๆ มาที่นี่มีอะไร”
“ฉันได้รับลูกศิษย์ใหม่ มีพรสวรรค์สายบังคับอสูร ก็เลยมาที่วังหมื่นอสูรเพื่อช่วยปลุกพลังให้สมบูรณ์ พร้อมกับช่วยเลือกอสูรร้ายที่เหมาะสมให้สักสองตัว ทำสัญญาพันธะ”
ผู้ดูแลวังหมิงอวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไปยังฟางซินที่สวมชุดนอน
“ดึกป่านนี้ คุณมาเพื่อเรื่องนี้เนี่ยนะ” ผู้ดูแลวังหมิงอวี้ทรุดตัวลงนั่ง
“กลางวันฉันมีธุระอื่น ไม่มีเวลาพามา”
ผู้ดูแลวังหมิงอวี้สำรวจฟางซินตั้งแต่หัวจรดเท้า สังเกตเห็นรอยเลือดเปื้อนอยู่ที่ปลายแขนเสื้อ และมีเลือดติดรองเท้าไม่น้อย “มีพรสวรรค์สายบังคับอสูร แล้วยังถูกคุณมองเห็นว่าน่าสนใจอีก หมายความว่า อย่างน้อยก็ต้องเป็นพรสวรรค์สายบังคับอสูรระดับ S ขึ้นไปสินะ”
“อืม ระดับ S อ้อ เป็นระดับ S ที่ไม่ได้ใช้ยาเสริม”
มือที่ผู้ดูแลวังหมิงอวี้กำลังรัดสายเสื้อคลุมนอนพลันหยุดชะงัก “ระดับ S ที่ไม่ได้ใช้ยาเสริม ก็คือพรสวรรค์สายบังคับอสูรระดับ SS อย่างนั้นหรือ”
ระหว่างพูด ผู้ดูแลวังหมิงอวี้จ้องฟางซินราวกับสัตว์ร้ายที่อดอยากมานานเจอเนื้อสด ดวงตาเป็นประกายวาววับ
“ท่านจูเก๋อ ยกเขาให้วังหมื่นอสูรของเราได้ไหม”
“ไม่ได้”
