“เสี่ยวฟาง! ทำไมไม่ตอบล่ะ!
หลับแล้วเหรอ?
ฟางจู ฟางจู ฮึ อย่าลืมตอบฉันพรุ่งนี้ด้วยนะ!
ราตรีสวัสดิ์!”
ฟางซินชะงักแล้วตอบกลับ “ไม่ต้องรบกวนพ่อคุณหรอก!”
ฉู่ซินเหยาคิดว่าฟางซินถูกกระทบความภาคภูมิใจ
“เสี่ยวฟาง เรากำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมแล้ว เรื่องแบบนี้มันปกติมากนะ ถ้าอยากเอาตัวรอดในสังคมดี การมีเส้นสายสำคัญมาก ฉันเข้าใจความคิดนายนะ นายมีความสามารถพอ มีความภาคภูมิใจ อยากพึ่งพาตัวเองเพื่อสร้างหนทางของตัวเอง แต่ถ้าใช้ความพยายามด้วย แล้วยังมีคนคอยสนับสนุน ก็จะทำให้นายเดินทางลัดขึ้นอีกเยอะนะ”
ฟางซินยิ้ม ฟางซินจะไม่เข้าใจเหตุผลของฉู่ซินเหยาได้อย่างไร
ไม่ว่ายุคไหนก็ตาม ถ้าอยากยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งแล้วยังยั่งยืนไม่เสื่อมสลาย นอกจากฝีมือตัวเองต้องแข็งแกร่งพอแล้ว ภูมิหลังที่มั่นคงก็เป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้
ฉู่ซินเหยาพูดต่อ “ก็เหมือนจูเก๋อเหิงจากกองเก้านั่นแหละ พ่อฉันบอกว่า จูเก๋อเหิงที่น่ากลัวราวกับปีศาจ ก็ยังต้องมีตระกูลจูเก๋อที่ใหญ่โตคอยหนุนหลัง”
ฟางซินนิ่งไป ไม่คิดว่าไอ้ผมขาวนั่นจะมีอิทธิพลเบื้องหลังมากขนาดนั้น สมแล้วที่เปรียบเทียบกันไม่ได้จริง ๆ
ฉู่ซินเหยาดูเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ “อ้อ ยังมีอีกเรื่อง นายฟังไว้แล้วจะทำหรือไม่ก็แล้วแต่นายนะ พ่อฉันบอกว่า ในอนาคตจูเก๋อเหิงคนนั้นอาจเป็นหัวหน้ากองเก้า หรืออาจขึ้นเป็นผู้นำหมายเลขหนึ่งของสำนักโล่เทียน อย่างแย่ก็ผู้นำหมายเลขสามของสำนักโล่เทียน ยิ่งไปกว่านั้นตระกูลจูเก๋อที่หนุนหลังเขาอยู่ เป็นตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียงในแดนมังกร ถ้าเป็นไปได้ นายต้องผูกมิตรกับจูเก๋อเหิงให้ดีนะ มันมีประโยชน์กับอนาคตนายมาก!”
