แผ่นดินใหญ่หมื่นธารา
กำหนดเขตด้วยสายน้ำ ใต้หล้ามีธาราหมื่นเจ็ดพันสามร้อยสาย หนึ่งธาราคั่นขุนเขาไพศาลสามหมื่นลี้ หนึ่งธารามีสรรพชีวิตหาที่สิ้นสุดมิได้
ในถิ่นธาราสายลมอัสนี ถ้ำมังกรสูญ
ถ้ำมังกรสูญคือโบราณสนามรบ ทุกปีในวันที่สามเดือนสาม ผนึกโดยรอบซากโบราณจะอ่อนลง ศิษย์สำนักเสวียนจงลมอัสนีรวมถึงสำนักรอบข้าง ล้วนมาทดสอบฝึกฝนค้นหาสมบัติ ณ ที่นี่
อันตรายซับซ้อน หากได้โชควาสนา ย่อมราบรื่นตลอด เปิดทางลัดแห่งการฝึกฝน
ในถ้ำมังกรสูญ บ่อเหือดแห่งหนึ่ง
“หลินเย่ จงมอบม้วนสารลับแดนศักดิ์สิทธิ์มา มิฉะนั้น เจ้าจะมลายทั้งกายและวิญญาณ!”
“ลู่เจวี๋ย! เจ้ากับข้าเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายหลายสิบปี เพื่อม้วนสารลับแดนศักดิ์สิทธิ์เพียงแค่นี้ กลับไม่เสียดายที่จะตั้งค่ายกลปราณโลหิตหลอมเทพมาสังหารข้า ข้านี่ตาบอดสนิท!”
“พี่น้อง? ข้าลู่เจวี๋ยเป็นเชื้อพระวงศ์สวรรค์ประทาน ส่วนเจ้าก็แค่สามัญชนที่ดวงชะตาฟ้าประทาน! เจ้าคิดว่าอาศัยพลังนักปรุงยาโอสถขั้นเก้าจะเทียบชั้นข้าลู่เจวี๋ยได้? รู้ที่หมายก็ยอมมอบของมา ข้าอาจไว้ชีวิตเจ้า ไว้ปรุงโอสถให้พระวงศ์!”
“หลินเย่ เจ้าทำอะไร เจ้าระเบิดดวงเทพตัวเอง!”
โกรธพิโรธ แค้นใจ ไม่ยอมจำนน… อารมณ์สารพันถั่งท้นในใจ
ท่ามกลางกองโลหิต เด็กหนุ่มคนหนึ่งผลุบตัวลุกพรวดขึ้น อากาศอับชื้นเน่าเสียโดยรอบ ทะลวงเข้ารูจมูก ปลุกเด็กหนุ่มให้สะดุ้งตื่นในบัดดล!
เด็กหนุ่มมองดูสองมือของตน
“ข้า... ข้าไม่ตาย? ไม่ใช่... ข้า ข้าเกิดใหม่... ที่นี่คือ แผ่นดินใหญ่หมื่นธารา!!”
ความทรงจำกระหน่ำ ทิ่มแทงสมอง เศษเสี้ยวความทรงจำของร่างเดิมหลั่งไหลมาเร็วรี่ หลินเย่จัดการซึมซับได้ในไม่ช้า แท้จริงแล้วตัวเขาคือนักปรุงยาโอสถขั้นเก้าผู้มาจากแผ่นดินใหญ่เทพธารา ระดับพลังฝึกตนของตน ก็ได้เข้าสู่ขอบเขตคืนสู่นิรันดร์แล้ว
ยอดอัจฉริยะผู้ฝึกทั้งโอสถและยุทธ์ สุดท้ายกลับถูกคนที่เคยคิดว่าเป็นสหายสนิทมาหลายปี ลู่เจวี๋ยโอรสแห่งตระกูลสวรรค์ประทาน วางค่ายกลสังหารที่เหี้ยมโหดและอำมหิตที่สุด
ส่วนชะตากรรมของร่างนี้ ก็เลวร้ายไม่แพ้กัน ฝึกฝนทดสอบของสำนัก ในบ่อลึกเดิมมีสมุนไพรวิเศษอยู่ต้นหนึ่ง เมื่อหลินเย่ส่งสมุนไพรขึ้นไป กลับถูกศิษย์ร่วมสำนักโจวไท่อันฝ่ามือเดียวฟาดอกกลาง หล่นลงบ่อเหือด บาดเจ็บสาหัส ถึงแก่ชีวิต!
ปากบ่อยังถูกหินยักษ์ปิดทับ ไร้แสงตะวัน ปล่อยให้หลินเย่อยู่ในบ่อเหือด รอวันตาย
“คาดไม่ถึงว่า เจ้ากับข้าชะตากรรมเดียวกัน ในเมื่อเกิดใหม่ในแผ่นดินใหญ่หมื่นธารา ข้าหลินเย่ จักต้องหวนคืนจุดสูงสุด สังหารกลับแผ่นดินเทพ! ล้างแค้นชำระโทสา ตระกูลสวรรค์ประทาน? สูงส่งนักรึ ข้าหลินเย่จักเหยียบพวกมันให้จมธรณี”
“โจวไท่อันสินะ ทรยศหักหลัง คนผู้นี้ ข้าจักสังหารมันให้เจ้า!”
หลินเย่อดีตชาติเป็นยอดแกร่งขั้นสูงสุด จิตใจเข้มแข็งดั่งเหล็กเพชร และภายใต้สถานการณ์ที่ต้องตายอย่างแน่นอน กลับได้ชีวิตใหม่ จึงปรับสภาพจิตใจได้เร็วเช่นกัน ครานี้จึงสำรวจตรวจตราสภาพร่างกายของตน
“ขาทั้งคู่หัก ซี่โครงหัก เครื่องในเสียหาย แขนซ้ายหัก พลังฝึกตนล่วงพ้นทะเลสาบขั้นหก... พลังฝึกตนนี้น่าอนาถใจยิ่ง”
หลินเย่สัมผัสตรวจสอบสภาพของร่างกายนี้ เกือบจะขาดใจตายอยู่รอมร่อ
ขั้นพลังฝึกตนของแผ่นดินใหญ่หมื่นธารา กับแผ่นดินใหญ่เทพธาราเป็นอย่างเดียวกัน
ขั้นหนึ่งขอบเขตทะเลสาบปราณ ขั้นสองขอบเขตทะเลปราณ ขั้นสามขอบเขตแปรปฐพี ขั้นสี่ขอบเขตประจักษ์ฟ้า ขั้นห้าขอบเขตธาราดารา ขั้นหกขอบเขตจันทรา ขั้นเจ็ดขอบเขตสุริยะ ขั้นแปดขอบเขตคืนสู่นิรันดร์ ขั้นเก้าขอบเขตแดนศักดิ์สิทธิ์!
หลินเย่อดีตชาติเป็นถึงคืนสู่นิรันดร์ขั้นเก้า อีกทั้งเก่งกาจทั้งโอสถและยุทธ์ ยังได้ม้วนสารลับแดนศักดิ์สิทธิ์มาอีกหนึ่งชิ้น การทะลวงเข้าสู่แดนศักดิ์สิทธิ์นั้น อยู่แค่เอื้อม แต่ในที่สุดกลับถูกหักหลัง
“สำนักเสวียนจงลมอัสนีนี่ แกร่งสุดก็แค่ขอบเขตประจักษ์ฟ้า? ยังกล้าเรียกตนว่าสำนักอีก?”
หลินเย่อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว อยากจะฝึกเคล็ดวิชาจากอดีตชาติโดยตรง ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บก่อน แล้วค่อยหาทางออกไปจากที่นี่
ทว่าพอหลินเย่กำลังจะเริ่มทำการฝึก
เบื้องหน้ากลับพลันปรากฏลำแสงโลหิตแผ่ฟ้าขึ้นมา
“ตูม!”
คลื่นโลหิตซัดสาดลงบนยอดเขาสีแดงฉานลูกหนึ่ง
ในห้วงสมองมีทะเลโลหิตพลุ่งพล่าน ฝ่าคลื่นโลหิตสูงพันวา มีภูเขาโลหิตแดงลูกหนึ่งผุดทะลุจากก้นทะเลโลหิต
เพียงเห็นว่าเบื้องบนสลักตัวอักษรพละกำลังแข็งแกร่งไว้หลายตัว
เก้าทัณฑ์อสูรสังหาร!
ใต้อักษรใหญ่มีคำไขบรรยายอยู่บรรทัดหนึ่ง
【เก้าทัณฑ์สำเร็จ สังหารอริยะได้】
เพียงแค่เจ็ดตัวอักษร กลับบรรยายความกล้าบ้าบิ่นแห่งฟ้าทั้งปวงได้จนสิ้น พอหลินเย่อ่านจบ ก็รู้สึกเพียงกายสั่นสะท้าน แม้พลังฝึกตนจะหาไม่แล้ว แต่ไม่ว่าประสบการณ์ล่วงรู้และจิตใจ ล้วนอยู่ในระดับขอบเขตคืนสู่นิรันดร์ ทว่าวันนี้เพียงแค่เจ็ดตัวอักษร ก็ทำให้หลินเย่รู้สึกยำเกรง เห็นได้ว่าคาถาคำภีร์นี้แข็งแกร่งเพียงใด!
“เหตุใดในสมองข้าจึงมีสิ่งนี้ ม้วนสารลับแดนศักดิ์สิทธิ์! ต้องเป็นเคล็ดวิชาที่บันทึกอยู่ในม้วนสารลับชิ้นนั้นแน่! ฮ่าๆๆ คาดไม่ถึงเลย คาดไม่ถึงเลย ฟ้าช่วยข้า!”
หลินเย่ตื่นรู้ฉับพลัน เคล็ดวิชานี้ย่อมมาจากม้วนสารลับแดนศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนั้น ม้วนสารลับแดนศักดิ์สิทธิ์หาวิธีเปิดไม่ได้ตลอด มาวันนี้ เพิ่งรู้ว่า ต้องแลกมาด้วยชีวิต!
ตามมาด้วยภูเขาโลหิตใต้ทะเลยังคงยกตัวขึ้นต่อ
เคล็ดใจชั้นที่หนึ่ง กลับถูกสลักไว้อย่างชัดแจ้งบนนั้น หลินเย่ทุ่มสมาธิทั้งหมดท่องจำเคล็ดใจนี้ และเริ่มฝึกฝนทันที
ทะเลโลหิตไม่สิ้นสุดในสมองนี้ กลับเป็นพลังที่มีอยู่จริง และได้กลายเป็นตาน้ำแห่งพลังของหลินเย่ด้วย
“ข้ากลับสามารถ ดึงพลังจากทะเลโลหิตไม่สิ้นสุด มาฝึกฝนได้!”
หลินเย่ลองพยายามดู พอยามเก้าทัณฑ์อสูรสังหารเริ่มทำงาน ทะเลโลหิตก็มีพลังอยู่ส่วนหนึ่ง หลอมรวมเข้าร่าง แปรเป็นประโยชน์แก่ตน!
ปราณทมิฬโลหิตสังหาร
เคล็ดวิชาของหลินเย่เป็นรูปเป็นร่างขึ้นอย่างรวดเร็ว ปราณทมิฬโลหิตสังหารจำนวนหนึ่งรวมตัวกัน เคล็ดวิชาเริ่มทำงาน ทำให้ปราณทมิฬโลหิตสังหาร พลันใหญ่หนาขึ้นอย่างแรง
ขีดจำกัดพลังขั้นหกทะเลสาบปราณแต่เดิม ได้ถูกทะลวงทะลายอย่างง่ายดายในครานี้
ปัง!
ทะเลสาบปราณขั้นเจ็ด!
อาการบาดเจ็บภายนอกของขาและแขนบางส่วนหายดีแล้ว
หลินเย่ยังคงดูดซับพลังจากทะเลโลหิตต่อไป
“ตูม!”
ปราณทมิฬโลหิตสังหารเดือดพล่าน ขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้ง หลอมรวมเข้าสู่จุดลมปราณหลักหลายแห่ง
ทะเลสาบปราณขั้นแปด!
“ตูม!”
ทะเลสาบปราณขั้นเก้า!
พลังปราณที่แข็งแกร่ง ได้ซ่อมแซมบาดแผลภายนอกของหลินเย่จนหายแล้ว เพียงแต่บาดแผลภายในยังไม่รวดเร็วเช่นนั้น ต้องใช้เวลาปรับปรุงบำรุงอย่างช้าๆ
“ประหลาด เหตุใดกลิ่นคาวเลือดจึงเข้มข้นถึงเพียงนี้?”
หลินเย่ยังคงได้กลิ่นคาวเลือดที่เสียดจมูกอย่างมาก เมื่อหลินเย่ปลดปล่อยปราณสายหนึ่งออกมา ใต้บ่อเหือดที่มืดดำสนิท จึงมีลำแสงสีแดงสลัวปรากฏขึ้น
เมื่อหลินเย่เข้าใกล้ผนังทั้งสี่ของบ่อเหือด ก็พลันพบว่า บนผนังสี่ด้านของบ่อเหือด กลับมีหญ้าโลหิตวิญญาณเติบโตอยู่
“หญ้าโลหิตวิญญาณพวกนี้มีอายุถึงพันปีแล้ว แม้เป็นเพียงวัตถุดิบยาสามัญ แต่หญ้าโลหิตวิญญาณพันปี ก็เพียงพอที่จะเข้าขั้นสองได้!”
วัตถุดิบยาแบ่งเป็นเก้าขั้น
โอสถก็แบ่งเป็นเก้าขั้น
หลินเย่อดีตชาติเชี่ยวชาญวิชาปรุงโอสถขั้นเก้า เป็นนักปรุงยาโอสถขั้นเก้าเพียงหนึ่งเดียวในแผ่นดินใหญ่เทพธารา!
สำหรับผู้คนจำนวนมาก หญ้าโลหิตวิญญาณนั้นเหมือนยาพิษ ใช้แล้วเลือดปราณจะไหลย้อนกลับ ทว่าหานึกไม่ว่า รากของหญ้าโลหิตวิญญาณ เป็นยารักษาบาดแผลภายในที่ดีที่สุด
หลินเย่ถอนหญ้าโลหิตวิญญาณขึ้นมาสามต้น ใบยังเก็บสำรองไว้ก่อน เคี้ยวรากหญ้าโลหิตวิญญาณให้ละเอียดแล้วกลืนลงไป กลิ่นคาวคละคลุ้งสายหนึ่งพลุ่งขึ้นสู่สมอง หลินเย่ทนกับความคลื่นไส้นี้ ยังคงเปลี่ยนสภาพมันต่อไป
บาดแผลในปอดและอวัยวะภายในร่างกาย เหมือนถูกไฟแผดเผา หลินเย่แม้เหงื่อท่วมศีรษะ แต่ไม่ส่งเสียงแม้สักนิด ความรู้สึกเจ็บปวดดั่งแผดเผานี้ดำเนินไปครึ่งชั่วยาม
หลินเย่เพิ่งรู้สึกว่า ร่างกายได้รับความปลอดโปร่งขึ้นมาหน่อย
หลังจากร่างกายฟื้นฟูแล้ว หลินเย่ก็พลันใช้วิชาร่างกาย วิ่งพุ่งไปตามผนังทั้งสี่ของบ่อเหือดอย่างรวดเร็ว พุ่งขึ้นถึงปากบ่อ บ่อเหือดลึกถึงสามสิบกว่าเมตร หินยักษ์ที่ปากบ่อ หลินเย่พยายามจะดันมัน
ทะเลสาบปราณขั้นเก้า เปิดเต็มกำลัง กลับยากจะดันเคลื่อน
“หินยักษ์นี้อย่างน้อยหนักสามหมื่นชั่ง เจ้าโจวไท่อันแค่ทะเลสาบปราณขั้นเก้า เป็นไปไม่ได้ที่จะเคลื่อนย้ายหินนี้”
“อย่างไรก็ตาม ข้าไม่จำเป็นต้องย้ายหินนี้ เพียงต้องทุบขอบปากบ่อให้แตกก็พอ!”
หลินเย่กล่าวจบ ปราณทมิฬโลหิตสังหารก็หมุนเวียนอยู่ที่หมัด
หนึ่งหมัดซัดไปข้างหน้า
“ตูม!”
พลังหมัดระเบิดออก ในพริบตาก็ทุบขอบบ่อเหือดแตกละเอียด ถึงแม้นิ้วจะมีแผลถลอกเล็กน้อย แต่หินที่แขวนอยู่เหนือศีรษะ ก็เสียสมดุล กลิ้งหล่นไปทางที่ต่ำ
หลินเย่ทะยานกายครั้งเดียว พลิกตัวออกจากบ่อเหือด หวนเห็นตะวันฉาน!
ร่างเพิ่งร่อนลงพื้น กลับมีเงาร่างสี่สายเข้าล้อมรอบหลินเย่ไว้ทันที
“คนจากสำนักเสวียนจงลมอัสนีรึ? เหอะๆ เจ้าหนู ในบ่อเหือดนั้นมีสมบัติล้ำค่าอะไร จงยื่นออกมา จะได้ไว้ศพเต็มแก่เจ้า!”
เครื่องแต่งกายของคนทั้งสี่ แรกเริ่มหลินเย่จำไม่ได้ แต่ในสมองก็ผุดขึ้นมาเอง
คนจากสังกัดพสุธาอัคคี
เป็นสำนักโจรชื่อฉาวในถิ่นธาราสายลมอัสนี
“บุก!”
ระดับพลังฝึกตนของคนทั้งสี่ ล้วนเป็นทะเลสาบปราณขั้นเก้า!
“เหมาะเจาะเลย ข้ารู้สึกหงุดหงิดเต็มทน!”
แววตาหลินเย่มีประกายเยือกวาบหนึ่ง ปราดเข้าหาคนทั้งสี่อย่างเป็นฝ่ายรุก
“วิทยายุทธ์ นิ้วชี้ทะลวงนภา!”
หนึ่งนิ้วชี้ทะลวง เร็วปานสายฟ้าแลบ หัวหน้ากลุ่มสังกัดพสุธาอัคคี พลันรู้สึกคล้ายถูกจ้องมองด้วยความตาย จิตใจพร่ามัวครู่หนึ่ง กว่าจะชักกระบี่ออกมากลับช้าไปก้าวหนึ่ง
หลินเย่หนึ่งนิ้วแทงทะลวงเข้าสู่ลำคอของอีกฝ่าย
“ฉึก!”
ลำคอถูกปราณทมิฬโลหิตสังหารระเบิดขาดในพริบตา ศีรษะมนุษย์แหลกเละก้อนหนึ่งกลิ้งตกพื้น สามคนข้างกายฟันกระบี่ยาวเข้าใส่
หลินเย่ถีบซากศพนั้นไปทางหนึ่งคน อีกฝ่ายฟันกระบี่ลงบนซากศพ ส่วนหลินเย่ในชั่วขณะพริบตาเดียว
ก็ยื่นสองมือออกมาแล้ว
พร้อมกันนั้นยังใช้นิ้วชี้ทะลวงนภา สังหารคนไปอีกสองคน!
คนที่เหลืออยู่หนึ่งคนเห็นดังนั้น สีหน้าพลันเปลี่ยนไปมาก
“เคล็ดกระบี่พสุธาอัคคี”
บนกระบี่มีไอร้อนผ่าวพวยพุ่งเข้ามา แต่เคล็ดกระบี่นี้ในสายตาหลินเย่ เต็มไปด้วยจุดบอด ความเร็วยิ่งช้าดั่งหอยทาก เพียงก้าวเท้าหนึ่ง ก็ไปปรากฏอยู่ข้างกายอีกฝ่ายแล้ว
อีกฝ่ายเพียงตกใจ หลินเย่ก็ยื่นมือตะครุบ หนีบลำคออีกฝ่ายไว้แล้ว
“ข้าถามครั้งเดียว ผู้ใดส่งพวกเจ้า มาดักซุ่มหมายเอาชีวิตข้าที่นี่?”
หลินเย่เอ่ยปากอย่างช้าๆ น้ำเสียงราบเรียบ แต่เมื่ออีกฝ่ายได้ยิน พลันเหมือนถูกแตะต้องสิ่งใด
“ข้า... ข้าไม่รู้...”
“กร๊อบ!”
หลินเย่บีบคออีกฝ่ายแตกละเอียดโดยตรง
ต่างก็เป็นทะเลสาบปราณขั้นเก้า หลินเย่ฆ่าพวกเขาราวกับเชือดไก่
“โฮก!”
เบื้องหน้า เงาดำสายหนึ่งกระโจนออกมาจากป่า
ดวงตาสีแดงกร่ำ เขี้ยวที่แผ่ไอเยือก ขนแข็งราวเข็มเหล็ก กรงเล็บที่ฉีกหินแตกกระจายได้ง่ายดาย
“อสูรดุร้ายขั้นสอง เหี้ยเขี้ยวแหลมขนเม่น”
หลินเย่สะดุ้งเล็กน้อย ต่อมาก็เผยรอยยิ้มปลงอนิจจังออกมา
“ไม่ได้ฆ่าสัตว์เล็กน้อยพวกนี้เสียนานแล้ว”