เฉินสืออันกลับถึงเต็นท์ นั่งลงได้ไม่นาน
เสียงจูเหนิงก็ดังขึ้นจากด้านนอกอีกครั้ง “หัวหน้า มีคนมาขอพบ”
เฉินสืออันตอบอย่างรำคาญว่า “ไม่ได้บอกหรือว่าไม่ต้องสนใจนาง?”
จูเหนิงรีบตอบ “ไม่ใช่หญิงแซ่ฟางคนนั้น เป็นหญิงชราคนหนึ่งขอรับ”
“หญิงชรา?”
เฉินสืออันขมวดคิ้ว ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าพลันเปลี่ยนไปอย่างมาก รีบเดินออกจากเต็นท์ มุ่งหน้าไปยังประตูค่ายล่าสัตว์ปีศาจ
หญิงชราที่เคยเกี่ยวข้องกับเขามีเพียงสองคน คนหนึ่งคือมารดาของจางเสี่ยวชุ่ย อีกคนคือมารดาของโหวฟาง
ไม่ว่าเป็นใคร การมาหาเขาในเวลานี้คงไม่ใช่เรื่องดีแน่
หน้าค่ายล่าสัตว์ปีศาจมีสตรีสองคนยืนอยู่ คนหนึ่งทางซ้าย อีกคนทางขวา
ทางซ้ายคือฟางหรูอวี้ หญิงสาวงดงามอ่อนเยาว์
ทางขวาคือหญิงชราหลังค่อม สีหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์ระทม เห็นได้ชัดว่าเป็นมารดาของโหวฟาง
เมื่อฟางหรูอวี้เห็นเฉินสืออันเดินออกมา ใบหน้าก็เผยความยินดี รีบก้าวเข้าไปหา “ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าต้องยอมพบข้าแน่”
เฉินสืออันกลับไม่แม้แต่จะมองนาง เร่งฝีเท้าตรงไปหาหญิงชราตระกูลโหว
ฟางหรูอวี้พลันชะงัก รอยยิ้มแข็งค้างอยู่บนใบหน้า กำลังจะตามเฉินสืออันไป แต่กลับถูกจูเหนิงที่อยู่ข้าง ๆ ขวางไว้
เฉินสืออันมาหยุดตรงหน้าหญิงชราตระกูลโหว “ท่านป้า เหตุใดจึงมาที่นี่คนเดียวเล่า? พี่ใหญ่โหวอยู่ที่ใด?”
ทันทีที่หญิงชราเห็นเฉินสืออัน น้ำตาก็ไหลพราก “สืออันเอ๋ย ในที่สุดข้าก็รอเจ้าจนได้ รีบช่วยฟางเอ๋อร์ด้วยเถิด!”
