เฉินสืออันผิดหวังเล็กน้อย เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนพร้อมถอนหายใจเบา ๆ “ระดับของแก่นปีศาจยังไม่สูงพอ พลังที่บรรจุอยู่ภายในมีน้อยเกินไป ศิลาจารึกวิถีศักดิ์สิทธิ์จึงฟื้นฟูได้ช้า”
โม่อู๋หยางกล่าวเสริม “ด้วยพลังของเจ้าในตอนนี้ อย่างมากก็ล่าสัตว์ปีศาจระดับ 3 ได้เท่านั้น อีกทั้งยังเสี่ยงอันตรายอยู่ไม่น้อย”
พูดถึงตรงนี้ นางพลันนึกอะไรขึ้นมาได้ “เถียนเหวินกวงยังมีตัวกิ้งก่าเพลิงอยู่อีกตัวมิใช่หรือ? เมื่อเถียนเหวินกวงตาย กิ้งก่าเพลิงของเขาก็คงไม่รอด แก่นปีศาจเม็ดนั้น เจ้าไม่ได้เอามาหรือ?”
เฉินสืออันส่ายหน้า “หลังจากเขาตาย ข้าค้นหาอยู่รอบหนึ่ง แต่ก็ไม่พบกิ้งก่าเพลิง
เกรงว่ามีเพียงเถียนเหวินกวงเท่านั้นที่รู้ว่ามันอยู่ที่ใด น่าเสียดายแก่นปีศาจระดับ 3 เม็ดนั้น”
โม่อู๋หยางถอนหายใจเช่นกัน “พลังโลหิตของสัตว์ปีศาจระดับ 3 นั้นเหนือกว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับ 4 มาก
น่าเสียดาย สัตว์ปีศาจระดับ 3 ตัวหนึ่งกลับต้องสูญเปล่าไปเช่นนี้”
เฉินสืออันสูดหายใจลึก “ไม่เป็นไร รอให้พลังของข้าเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย อย่าว่าแต่สัตว์ปีศาจระดับ 3 เลย ต่อให้เป็นระดับ 4 ข้าก็สังหารได้
ไปกันเถอะ เสียเวลาไปไม่น้อยแล้ว ถึงเวลาล่าสัตว์กันแล้ว”
…………
ครู่ต่อมา เฉินสืออันหิ้วกระต่ายป่าหลายตัวกลับมายังค่ายพักแรม
“ผู้บัญชาการเฉิน ท่านกลับมาแล้ว!”
เมื่อฟู่หยิงหยิงเห็นเฉินสืออันเดินมา ใบหน้าก็เผยความยินดี รีบก้าวเข้าไปหาโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง นางรับกระต่ายป่าจากมือเขาไป
