ทั้งสามชะลอฝีเท้าม้า ขี่เคียงบ่าเคียงไหล่กันไป
เฉียนซานเสวี่ยเอ่ยเสียงเบา “เจ้ามีแผนอะไร รีบพูดมาเถอะ”
เฉินสืออันกระแอมเบา ๆ “ด้วยฝีมือของคนทั้งสามจากป้อมปราการเฮยสุ่ย พวกเขาย่อมไม่กล้าลงมือกับพวกเรา หากคิดจะลงมือ ก็ต้องอาศัยอู๋ตงชวงเป็นแน่
หากอู๋ตงชวงส่งยอดฝีมือมาจัดการพวกเรา พวกเราก็ไม่มีโอกาสชนะแม้แต่น้อย”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฉียนซานเสวี่ยกับเซียงหลีต่างขมวดคิ้ว
เฉินสืออันกล่าวต่อ “ข้าเสนอให้พวกเราแยกเป็นสองทาง
ข้าไปทางหนึ่ง ส่วนพวกเจ้าสองคนไปอีกทาง”
“แยกกันหรือ?”
เฉียนซานเสวี่ยส่ายหน้าทันที “เดิมทีพวกเราก็เสียเปรียบอยู่แล้ว จะแยกกันได้อย่างไร?”
เฉินสืออันกล่าว “ไม่ต้องพูดถึงยอดฝีมือขั้นสี่ แค่อู๋ตงชวงส่งยอดฝีมือขั้นสามช่วงปลายมาสักคน ต่อให้พวกเราสามคนอยู่ด้วยกัน ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย
แยกกัน อย่างน้อยก็ยังมีทางหนึ่งที่รอดปลอดภัย
อีกเดี๋ยวข้าจะพาม้าไปสามตัว พวกเขาจะตามรอยเท้ามาไล่ล่าข้า”
เฉียนซานเสวี่ยส่ายหน้ารัว ๆ ก่อนกล่าวอย่างร้อนใจ “ไม่ได้! หากเป็นเช่นนี้ เจ้าก็จะตกอยู่ในอันตรายเกินไป แล้วจะให้พวกเราวางใจได้อย่างไร?”
เซียงหลีกล่าวเสริม “ยามคับขัน จะทิ้งเจ้าไว้คนเดียวได้อย่างไร หากข้าทำเช่นนั้น ยังจะมีหน้าให้เจ้าเรียกข้าว่าพี่ใหญ่ได้อีกหรือ?”
เฉินสืออันยิ้มบาง ๆ “พี่หญิงเฉียน พี่ใหญ่เซียง วางใจเถอะ หากข้าตั้งใจหนีจริง ๆ พวกเขาไล่ตามข้าได้ไม่ง่ายนัก”
เฉียนซานเสวี่ยยังคงส่ายหน้า “ตอนนี้เจ้าบาดเจ็บอยู่ หากจะล่อผู้ไล่ล่า ก็ควรเป็นพวกเราต่างหาก”
