ภายในหุบเขามีหญ้ารากสวรรค์หายากต้นหนึ่งเติบโตอยู่ เป็นหลักฐานว่าที่แห่งนี้ไม่ธรรมดา
เฉินสืออันพาโม่อู๋หยางค้นหาทั่วทั้งหุบเขา เพื่อดูว่ายังมีของวิเศษอื่นอีกหรือไม่
น่าเสียดายที่ไม่พบสิ่งใดเลย
“อีกประเดี๋ยวข้าจะพาฟู่หนานเทียนและคนอื่น ๆ มาเปิดคลังสมบัติยอดยุทธ์ เจ้าหาโอกาสเข้าไปในคลังสมบัติ แต่อย่ากินเสียจนเกลี้ยง กินสักสองสามอย่างพอเป็นพิธีก็แล้วกัน
ถึงอย่างไร ฟู่หนานเทียนกับฟู่เฉียนฟานก็รับปากแล้วว่าจะยกสมบัติสามส่วนในคลังให้ข้า
เป็นคนอย่าโลภมากนัก”
เฉินสืออันกำชับเสียงเบา
โม่อู๋หยางกล่าวสวนขึ้นว่า “เจ้าพูดว่าเป็นคนอย่าโลภมาก ข้าเป็นปีศาจ เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย”
เฉินสืออันถึงกับพูดไม่ออก
โม่อู๋หยางหัวเราะคิกคัก “ล้อเจ้าเล่นน่ะ แค่นี้ก็ล้อไม่เป็นเสียแล้ว ตอนนี้พลังในร่างข้าสะสมไว้มากเกินไป ยังย่อยไม่หมด ต่อให้กินอย่างอื่นเพิ่มก็เปล่าประโยชน์
ตอนพวกเจ้าเปิดคลังสมบัติ ข้าจะไม่เข้าไปด้วย จะหาที่งีบสักหน่อย แล้วหลอมรวมพลังในร่าง”
กล่าวจบ ร่างของมันก็วูบไหว ก่อนพุ่งเข้าไปในป่าข้างทางและหายลับไป
มุมปากเฉินสืออันยกขึ้นเล็กน้อย เขาก้าวยาว ๆ ออกจากหุบเขา
…………
ครู่ต่อมา เขาเข้าไปในป่าที่อยู่ห่างจากหุบเขาราวสามลี้ ฟู่หนานเทียนและคนอื่น ๆ ซ่อนตัวอยู่ในนั้น
รอบนอกของป่ามีผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิทของฟู่เฉียนฟานคอยระวังภัยและเฝ้ายาม
เมื่อเห็นเฉินสืออันปรากฏตัว พวกเขาก็รีบออกมาต้อนรับ คารวะอย่างนอบน้อมแล้วพาเขาเข้าไปยังส่วนลึกของป่า
